ดิเอโก ซิเมโอเน : อดีตแข้งแบดบอยปลุก แอตฯ มาดริด สู่ทีมเบอร์ 1 สเปนได้อย่างไร ?

แอตเลติโก มาดริด กลายเป็นแชมป์ของ ลา ลีกา ประเทศสเปน ในช่วงฤดูกาล 2020-21 ได้เป็นอย่างมากใหญ่ ด้วยการก้าวพ้นจากเงาของ บาร์เซโลนา และ เรอัล มาดริด เป็นครั้งแรกในรอบ 7 ปี และผู้ที่พาทีม ตราหมี วิ่งชนความสำเร็จยังเป็นที่ปรึกษาคนเดิมอย่าง ดิเอโก ซิเมโอเน

ผู้จัดการทีมชาวอาร์เจนไตน์คนนี้ เป็นผู้ที่ได้รับค่าแรงเยอะที่สุดในโลก ยิ่งกว่า เป๊ป กวาร์ดิโอลา หรือแม้กระทั้ง เยอร์เก้น คล็อปป์ … จากฐานค่าจ้างรายเดือนนั้นพวกเราจะตามไปดูกันว่า ซิเมโอเน ทำอะไรบ้างที่อยู่ในทุกๆวัน และเขาทำให้กลุ่มที่เคยเป็นไปได้แค่ตัวตัดแต้มใน ลา ลีก้า กลายเป็นแชมเปี้ยน 2 สมัยได้เช่นไร ?

พวกเราห้าว…และห้าวกับทุกเรื่อง

สมัยที่ ดิเอโก สิเมโอเน ยังเป็นนักเตะ เขาเป็นมิดฟิลด์สายฮาร์ดแมนคนหนึ่ง สไตล์การเล่นดุเดือด อุตสาหะทำลายเกมรุกคู่ปรับ และปฏิบัติหน้าที่เป็นขุมพลังแดนกลางของกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นตอนที่เขาเล่นให้กับ อินเตอร์ มิลาน, ลาสิโอ หรือ แอตฯ มาดริด
นักเตะจากค้างแร็คเตอร์ดังที่กล่าวผ่านมาแล้วชอบเป็นผู้ที่ควบคุมยาก มีความเชื่อในแบบของตน หรืออาจจะเป็นไปได้ว่าจะมีการกระทำแปลกๆที่ไม่ค่อยยอมคนใด พวกเขาถูกคิดว่ามีความเป็นแบดบอยจากสไตล์การเล่นในสนาม … และดูอย่างกับว่า สิเมโอเน ก็เป็นคนจำพวกนั้น

พื้นฐานของ สิเมโอเน เป็นผู้ที่ขวานผ่าซากก ชอบพูดในอะไรบางอย่างที่บางครั้งอาจจะไม่ถูกหูบางบุคคล และโน่นเป็นหนทางของเขาโน่นเป็น “เชื่อถือในแนวความคิด และไม่สนข้อวิจารณ์” ความเที่ยงธรรมนี้เองได้ส่งทอดมาถึงวันที่เขาแปลงสถานะจากนักเตะมาเป็นที่ปรึกษา สิเมโอเน ไม่เคยปลดปล่อยให้คนใดใหญ่กว่าเขา ไม่ว่าลูกทีมจะใหญ่มาเบอร์ไหนเขาไม่สนใจเลยนิดหน่อย กล่าวอีกนัยหนึ่งนักเตะคนนั้นจะไม่ได้รับความไว้วางใจจากเขาแน่ หากนักเตะคนนั้นไม่แสดงความเป็นมือโปรออกมา

ซิเมโอเน เริ่มอาชีพที่ปรึกษาในลีกอาร์เจนตินาภูมิลำเนา ซึ่งในลีกฟุตบอลอเมริกาใต้นั้นทุกคนรู้ๆกันดีอยู่แล้ว นักเตะยังไม่ได้มีความเข้มข้นทางระเบียบมากมายราวกับในระดับลีกใหญ่ๆของยุโรป พวกเราชอบได้ยินเรื่องเล่าของกรุ๊ปนักเตะจากบราซิล, อาร์เจนตินา และชาติต่างๆในละแวกนี้ โดยยิ่งไปกว่านั้นกรุ๊ปนักเตะอายุมากมายที่เคยประสบความสำเร็จมาแล้ว และย้ายกลับมาเล่นยังภูมิลำเนา พวกเขาชอบไม่ค่อยเชื่อในกฎและสิ่งที่ไม่อนุญาตของสมาพันธ์

ยังไงสิ?! “เอ็มบัปเป” เปิดเผยเสนอคำถามกับตนเองทุกวี่ทุกวันว่า “เปแอสเช ใช่จริงเหรอ?”

คีเลียน เอ็มบัปเป ซูเปอร์วันเดอร์คิดชาวประเทศฝรั่งเศส ออกมาสารภาพตามจริงว่า ตั้งข้อซักถามให้กับตนเองทุกๆวันว่า “กรุงปารีส แซงต์-แชร์กแมง คือสโมสรที่ดีสุดสำหรับเขาแล้วจริงเหรอ?”

“สำหรับเรื่องของอนาคต ผมไม่มีความจำเป็นที่ต้องรีบเลย แค่เพียรพยายามเลือกทำในสิ่งที่ถูกมากมายสุดให้ได้ก่อนคือพอเพียง แน่นอนว่ามันยาก แต่หากมีอะไรที่ทำให้เติบโตขึ้นได้อีกทั้งในด้านชีวิตแล้วก็จิตใจ ผมจะคว้าไว้ในทันที” เอ็มบัปเป กล่าวกับ France Football


“กรุงปารีส แซงต์-แชร์กแมง เป็นสโมสรฟุตบอลที่ทำให้ผมรู้สึกได้จริงๆว่าชอบชีวิตตอนนี้ของตนมากมาย ทุกสิ่งเหมาะสมที่สุดไปหมด แต่ผมยังสงสัยแล้วก็ตั้งข้อซักถามอยู่ทุกๆวันว่า ตรงนี้คือดีสุดสำหรับเราแล้วจริงๆน่ะเหรอ?”

“บอกก่อนนะว่าผมเองก็ยังไม่ได้คำตอบกับประเด็นนี้เหมือนกัน แต่ที่ชัวร์ก็คือ สโมสรแห่งนี้วางโปรเจ็คต์อนาคตเอาไว้แจ่มกระจ่างสวยงามมากมาย แล้วก็การที่ผมเลือกอยู่ต่อหรือย้ายออก จะสร้างไม่เหมือนกันให้กับแผนงานนี้อย่างมากมายจนถึงแทบจะเป็นคนละเรื่องเลย”

“อย่างไรก็ดี อีกทั้งกุนซือแล้วก็ฝ่ายบริหารต่างเข้าใจดีว่าผมรู้สึกอย่างไร แม้จะยังไม่เคยบอกอะไรเลย แต่พวกเขาผู้คนจำนวนไม่ใช้น้อยเคยเป็นนักเตะอาชีพ ก็เลยรับรู้ได้เองโดยอัตโนมัติ”

“การจะก้าวขึ้นเป็นนักเตะที่เก่งสุดในโลก คุณต้องออกไปพิสูจน์ตนเองบนเวทีที่ใหญ่มากยิ่งกว่านี้ สำคัญคือควรเป็นผู้ชนะที่ใสสะอาดแล้วก็ชี้ให้เห็นถึงคลาสอันเด่นอย่างแท้จริงอีกด้วย”

ไม่เคยลืม! “กุนโดกัน” มอบเงิน 11 ลบ. ให้ทีมยุคเด็กไปสร้างสนามใหม่

อิลคาย กุนโดกัน มิดฟิลด์ทีมชาติเยอรมนีของ “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ มอบเงินโบนัสที่ได้จากสังกัดเดิม กรณีการคว้าชัยชนะพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูล่าสุด ให้กับชมรมในวัยเด็กที่รกราก

ตามข่าวสารระบุว่า ตัวรุกวัย 30 ปี ได้มอบเงินให้กับ เฮสส์เลอร์ 06 ชมรมเขตแดนในเมืองเกลเซนเคียร์เชน ปริมาณ 300,000 ยูโร หรือกว่า 11 ล้านบาท เพื่อนำไปสร้างสนามฟุตบอลแห่งใหม่ของทีม
สำหรับกุนโดกันเกิดแล้วก็โตที่เยอรมนี โดยมีเชื้อสายตุรกีจากฝั่งปู่ เริ่มเล่นบอลกับ เฮสส์เลอร์ 06 ตั้งแต่ 3-8 ขวบ ก่อนที่จะโดน ชาลเก้ 04 ดึงไปปั้น 1 ปี แล้วกลับมาอยู่กับ เฮสส์เลอร์ 06 ต่อจนกระทั่งอายุ 14 ปีแล้วต่อจากนั้นเจ้าตัวได้เปิดฉากเกมอาชีพครั้งแรกกับ โบคุ่ม แล้วจึงย้ายไปสร้างชื่อเสียง เนิร์นกางร์ก, โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ จนกระทั่งมาอยู่กับ แมนฯ ซิตี้ ตั้งแต่ปี 2016

โชเซ มูรินโญ ผู้จัดการทีมฟุตบอลจอมเย่อหยิ่งของ อาแอส โรม่า

โชเซ มูรินโญ ผู้จัดการทีมฟุตบอลจอมถือตัวของ อาแอส โรม่า พูดว่าความปราชัยของ ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ ต่อ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในนัดหมายชิงแชมป์ ติดอยู่ราบาว คัพ จัดว่าตนคว้ามาได้ครึ่งแชมป์

มูรินโญ เข้ามารับงานเป็นผู้จัดการทีมฟุตบอล ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ ในช่วงปลายปี 2019 แต่ว่าทำงานได้เพียง 18 เดือนก็ถูกปลดออกจากตำแหน่ง

ผู้จัดการทีมฟุตบอลชาวโปรตุๆกีสถูกปลดเพียงไม่กี่วันก่อนจะถึงนัดหมายชิงแชมป์ ติดอยู่ราบาว คัพ กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ซึ่งท้ายที่สุดจบด้วยการที่ สเปอร์ส แพ้ไป 0-1

ปัจจุบัน มูรินโญ พูดว่า “ถ้าคุณอยากที่จะให้ผมแสดงความมั่นใจ ก็ลองถามดูสิว่าผมคว้ามาแล้วกี่แชมป์ตลอดอาชีพผู้จัดการทีมฟุตบอล”

“ผมจะตอบคุณว่า ผมคว้ามาแล้ว 25 แชมป์ครึ่ง ครึ่งแชมป์ที่ว่าคือสำหรับนัดหมายชิงฯที่ผมพลาดกับ ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ ไปนั่นแหละ”

ลาซิโอ คว้า “ซาร์รี” นั่งกุนซือคนใหม่

ลาซิโอ ได้กุนซือใหม่แล้วด้วยการดึง เมาริซิโอ ซาร์รี อดีตกุนซือของ ยูเวนตุส เข้ามารับตำแหน่ง พร้อมมอบสัญญายาว 2 ปี

ลาซิโอ เปิดตัว เมาริซิ ซาร์รี กุนซืคนใหม่ โดยมีการเซ็นสัญญาคุมทีมระยะเวลาสองปีกันไปเป็นระเบียบแล้ว

กุนซือวัย 62 ปีย้ายมาอยู่กับ ลาซิโอ ให้ข้างหลัง ซิโมเน อินซากี ออกจากตำแหน่งเพื่อไปรับงานคุม อินเตอร์ มิลาน ต่อจาก อันโตนิโอ คอนเต้

ซาร์รี ตกงานมานับตั้งแต่โดน ยูเวนเหม็นตุส ให้ออกจากตำแหน่งในเดือนสิงหาคม 2020 จากที่ตกรอบ 16 ทีมในที่สุดในแชมเปียนส์ลีก

ก่อนหน้านั้น ซาร์รี ผ่านการควบคุมมาหลายสมาคมในลีกข้างล่างๆก่อนที่จะก้าวขึ้นมาสู่เซเรีย อาด้วยการพา เอ็มโปลี เลื่อนชั้นในปี 2014 แล้วก็ช่วยให้ทีมรอดพ้นจากการตกชั้นจนถึงนำมาซึ่งการทำให้เขาได้คุม นาโปลี

เขาพาให้ นาโปลี มีลุ้นแชมป์ลีกในช่วงฤดูกาลแรกที่คุมรวมทั้งหวิดจะได้แชมป์ในซีซั่น 2017-18 แต่โดน ยูเวนตุส เบียดคว้าแชมป์ไปแค่เพียง 4 แต้มเพียงแค่นั้น

ในที่สุด ซาร์รี เก็บของใช้ย้ายไปคุม เชลซี ในซัมเมอร์นั้นรวมทั้งพาทีมจบในอันดับ 3 ของตารางรวมทั้งคว้าแชมป์ยูโรปาลีก

โค้ชชาวอิตาลีลงเอยด้วยการย้ายกลับสู่อิตาลีเพื่อคุม “ม้าลาย” รวมทั้งคว้าแชมป์เซเรีย อา สำเร็จ รวมทั้งเข้าชิงโคปาอิตาเลีย

5 ดาวรุ่ง” น่าสังเกตในยูโร 2020 คราวนี้

ประเทศชั้นแนวหน้าของยุโรปกำลังอยู่ระหว่างการเตรียมตัวขั้นสุดท้ายก่อนที่ทัวร์นาเมนต์ ยูโร 2020 จะเริ่มขึ้นในวันที่ 11 เดือนมิถุนายน

นี่จะเป็นอีกหนึ่งการประลองที่แออัดไปด้วยผู้เล่นชื่อดังล้นหลามจากหลากหลายลีกทั่วอีกทั้งทวีป และก็น่าไว้วางใจเลยว่าแต่ละคนต่างก็จะมานะกันอย่างเต็มเปี่ยมเพื่อนำการบรรลุเป้าหมายมาสู่ชาติของตน

เว้นแต่เหล่าผู้เล่นระดับสตาร์แล้วหลังจากนั้นก็ชอบมีผู้เล่นดาวรุ่งจำนวนหลายชิ้นที่สร้างชื่อได้จากทัวร์นาเมนต์ระดับประเทศแบบนี้

ซึ่งในยูโร 2020 ที่กำลังจะออกเดินทางมาถึง พวกเราจึงขอถือมาสัก 5 ชื่อให้ผู้อ่านได้เผ้าคอยเฝ้ายลฝีเท้าของพวกเขากัน ว่าแต่ละคนแม้จะต้องเจอแรงกกดดันอีกทั้งจากคู่ปรปักษ์และก็จากผู้เล่นซีเนียร์รอบข้างแล้ว พวกเขาจะเจิดรุ่งเรืองกันได้สักเพียงแค่ไหนเชียว?

ฟิล โฟเดน
เหมือนเคย อังกฤษ จะเริ่มการประลองในฐานะตัวเต็งได้แชมป์รายการนี้โดยที่ แกเร็ธ เซาธ์เกต มีตัวเลือกในแนวรุกให้เลือกใช้อย่างเต็มเปี่ยมเพื่อหวังจะยุติ 55 ปีแห่งการคอยการบรรลุเป้าหมายในทัวร์นาเมนต์ใหญ่

ฟิล โฟเดน มีฤดูกาลที่ไม่เลวเลยกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เขาจะได้ประสานงานกับผู้เล่นที่อยู่ในคลาสเดียวกันอย่าง เจดอน ซานโช และก็ เมสัน เมาต์ ตอนที่มี แฮร์รี เคน รอรอคอยจบสกอร์ให้อยู่ด้านหน้าน่าจะช่วยยกระดับฝีเท้าของเขาให้ดียิ่งขึ้นไปอีก

โฟเดน เคยได้รับรางวัลผู้เล่นเยี่ยมที่สุดของรายการฟุตบอลโลก U17 เมื่อ 4 ปีกลายมาแล้ว และก็ในเวลานี้เขาก็กำลังเตรียมความพร้อมสำหรับทัวร์นาเมนต์ใหญ่หนแรกของตน ภายหลังสบโอกาสเดบิวต์ทีมชาติไปเมื่อเดือนกันยายนปีกลาย

ดาวเตะวัย 21 ปีทำได้ 2 ประตู จาก 6 นัดหมายที่ลงเล่นในระดับนานาชาติ โดยอีกทั้ง 2 ลูกเกิดขึ้นในเกมกับไอซ์แลนด์ เมื่อท้ายปีที่แล้วที่เจ้าตัวโชว์ฟอร์มได้อย่างดียิ่ง


จามาล มูเซียลา
ดาวรุ่งของ บาเยิร์น มิวนิค เป็นผู้แทนของทีมชาติอังกฤษในกลุ่มวัยต่างๆตลอดมา ก่อนที่จะเลือกย้ายไปเล่นให้กับเยอรมนีแทน หลังมีฤดูกาลที่สดใสในบุนเดสลีกา

นักเตะวัย 18 ปีรายนี้เปลี่ยนเป็นผู้เล่นในลีกที่อายุต่ำที่สุดที่ลงเล่นให้กับบาเยิร์น มิวนิค โดยยิงไป 7 ประตูจากทุกรายการและก็มีส่วนช่วยต้นสังกัดคุ้มครองปกป้องแชมป์เอาไว้ได้อีกปี

หน้าแข้งวัยทีนคนนี้มีพรสวรรค์ทางเทคนิคและก็ความคล่องตัวเป็นเลิศ แถมยังสามารถลงเล่นในตำแหน่งที่หลากหลายอีกด้วย พวกเราไม่อาจคาดคะเนได้ว่า โยอาคิม เลิฟ จะใช้งานเขามากมายน้อยเพียงใด แต่เชื่อเถอะว่าทั้งโลกกำลังจับตาเขาอยู่อย่างแน่แท้


เปดรี
สตาร์หน้าใหม่อีกรายที่เปิดตัวในระดับนานาชาติเมื่อตอนพักเบรกทีมชาติในเดือนมีนาคม เปดรี สร้างความคาดหวังไว้อย่างยิ่งหลังแจ้งเกิดได้อย่างเต็มกำลังให้กับบาร์เซโลนา

นักเตะวัย 18 ปีรายนี้ย้ายมาจาก ลาส พัลมาส เมื่อซัมเมอร์ที่แล้ว โดยเขาสามารถก้าวเข้าสู่การเป็นส่วนใดส่วนหนึ่งของสโมสรที่ใหญ่ที่สุดในโลกได้อย่างสบายๆแบบไม่น่าเชื่อ

เปดรี ไม่เฉพาะแต่บอกให้เห็นถึงประสิทธิภาพอันเป็นอย่างมากของเขาแค่นั้น แต่ยังควบคุมเกมด้วยความนิ่งเกินความสามารถจำพวกที่ไม่ค่อยเห็นมากนักในผู้เล่นวัยเดียวกัน


ไรอัน กราเวนเบิร์ช
ฮอลแลนด์ ตระเตรียมหวนคืนสู่ทัวร์นาเมนต์ใหญ่เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ฟุตบอลโลก 2014 พร้อมกับทีมที่แออัดไปด้วยผู้เล่นเลือดใหม่หลายชิ้นภายใต้การนำของ แฟรงค์ เดอ บัวร์

ไล่ไปตั้งแต่ มัทไธจ์ส เดอ ลิกต์, เฟรงกี เดอ ยอง และก็ล่าสุดกับ ไรอัน กราเวนเบิร์ช หน้าแข้งดาวรุ่งจากอาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม ที่ชอบถูกยกไปเปรียบเทียบกับ พอล ป็อกบา อยู่ตลอด อีกทั้งในด้านของความแข็งแกร่งของร่างกายและก็ความถนัดสำหรับการเล่นที่หลากหลาย

ดาวรุ่งแห่งปีของเอเรดิวิซี ทำไป 3 ประตูและก็ 5 แอสซิสต์จากการลงเล่น 32 นัดหมายในลีกชาวฮอลแลนด์ และก็ตกเป็นเป้าสายตาของหายทีมยักษ์ใหญ่ทั่วยุโรป


เดยันคูลูเซฟสกี
หน้าแข้งราคา 35 ล้านยูโรที่ย้ายมาจากอตาลันตาเมื่อซัมเมอร์ที่แล้วเป็นหนึ่งเรื่องดีๆไม่กี่ประการจากฤดูกาลที่น่าผิดหวังของยูเวนตุๆส

ปีกตัวจี๊ดชาวสวีเดนมีดีกรีเป็นถึงดาวรุ่งเยี่ยมที่สุดของลีกเมื่อฤดูกาลที่แล้วและก็ยังคงรักษาฟอร์มการเล่นของตนไว้ได้โดยตลอดจนถึงมาถึงฤดูกาลนี้ เขาทำได้ 7 ประตูจากทุกการประลอง โดยหนึ่งในนั้นเป็นการยิงใส่ทีมเก่าในรอบชิงแชมป์โคปขว้าง อิตาเลีย เสียด้วย

คูลูเซฟสกี เล่นได้หลากหลายตำแหน่งในเกมรุก ประกอบกับความขยันและก็เคล็ดลับสำหรับการปั้นเกมที่ทำได้อีกทั้งการเปิดบอลอย่างเที่ยงตรงไปจนถึงการเลี้ยงหลบผู้เล่นแนวรับเป็นประจำ

ไม่ธรรมดา! สื่อเปิดเผย “จอร์จิน่า” หวานใจ “โรนัลโด้” รับทรัพย์อื้อ

จอร์จิน่า โรดริเกวซ ภรรยาสาวคนสวยของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ศูนย์หน้าตัวเก่งของ “ม้าลาย” ยูเวนตุส ชมรมดังแห่งศึกกัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี ถูก เดอะซัน สื่อจอมเปิดโปงของเกาะอังกฤษ เปิดเผยว่าคุณมีรายได้จากการโพสต์ภาพลงในโลกโซเชียลผ่านอินสตามึงรม สูงถึง 29,587 ปอนด์ (โดยประมาณ 1.1 ล้านบาท) ต่อการโฆษณาสินค้า 1 ครั้ง


โดย อินสตามึงรมของแฟนสาวยอดลำแข้งซุปตาร์ มียอดผู้ติดตามมากถึง 14.5 ล้านคน รวมทั้งนับว่าเป็นวิถีทางสำหรับการประชาสัมพันธ์ตัวสินค้าได้อย่างดีเยี่ยม ด้วยเหตุว่าทุกโพสต์จะมีคู่รักๆมาแห่กดไลค์กันมาก

อย่างไรก็ตามมูลค่าดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้นยังนับว่าเป็นรอง ชากิร่า ภรรยาสาวของ เคราร์ด ปิเก้ ปราการหลัง บาร์เซโลน่า รวมทั้ง วิคตอเรีย ภรรยาของ เดวิด เบ็คแฮม สมัยก่อนนักเตะซูเปอร์สตาร์ แบบไม่เห็นฝุ่นละออง


สำหรับ แม่วัย 25 ปี กำเนิดรวมทั้งโตที่ประเทศสเปน ซึ่งคุณเคยปฏิบัติงานด้านแฟชั่น ก่อนคบค้าสมาคมกับลำแข้งดัง รวมทั้งมีลูกร่วมกัน 1 คนเมื่อปี 2016 ที่ผ่านมาชื่อว่า อลาน่า มาร์ติน่า ยิ่งกว่านั้นคุณยังรับหน้าที่เป็นแม่เลี้ยงให้กับลูกๆอีก 3 คนของ ศูนย์หน้าเลขลำดับ 7 แห่งกองทัพฝอยทอง

OnThisDay 6 มิถุนายน 2015 : “เทรบ​เบิ้ลแชมป์” อีกที ของบาร์เซโลน่า

ฤดูกาล 2008/09 บาร์เซโลน่า ในยุคของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า สร้างประวัติศาสตร์เป็นสโมสรแรกของประเทศสเปน ที่คว้า 3 แชมป์หลักด้านในฤดูกาลเดียวกัน อีกทั้งลาลีกา, โคปา เดล เรย์ แล้วก็ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก

การคว้า 3 แชมป์ใหญ่ในฤดูกาลเดียว ไม่ใช่เรื่องที่ทำกันได้กล้วยๆแต่บาร์ซ่าก็สามารถทำ “เทรบเบิล” ได้เป็นครั้งที่ 2 ภายใต้การควบคุมกลุ่มของ หลุยส์ เอ็นริเก้ สมัยก่อนนักฟุตบอลบาร์ซ่า ที่เคยเป็นเพื่อนร่วมกลุ่มของเป๊ปนั่นเอง

ในฤดูกาล 2014/15 เอ็นริเก้ เข้ามาคุมกลุ่มบาร์ซ่าเป็นฤดูกาลแรก แล้วก็ได้เสริมกองทัพดาวยิงมีชื่ออย่างหลุยส์ ซัวเรซ เข้ามาผนึกกำลังเกมรุกกับเนย์มาร์ แล้วก็ลิโอเนล เมสซี่ ในนามของ 3 ประสานกองหน้ารหัสลับ “MSN”
บาร์เซโลน่า กับฤดูกาลแรกของเอ็นริเก้ ยืนยันคว้าชัยชนะลาลีกาก่อนลงเตะนัดในที่สุด ต่อจากนั้นก็คว้าชัยชนะวัวปา เดล เรย์ ด้วยเอาชนะแอธเลติเตียนก บิลค่อย แล้วก็ยังมีลุ้นแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกอีกด้วย


6 มิถุนายน 2015 บาร์เซโลน่า ลงเล่นนัดชิงแชมป์แชมเปี้ยนส์ ลีก พบกับยูเวนเหม็นตุส จากอิตาลี ที่สนามโอลิมปิก สเตเดี้ยม ในกรุงเบอร์ลิน สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี เพื่อหวังสร้างประวัติศาสตร์ “เทรบเบิลแชมป์” อีกครั้ง

อิวาน ราคิติเตียนช ยิงให้บาร์เซโลน่านำไปก่อนตั้งแต่ 4 นาทีแรก แต่ในช่วงครึ่งหลัง อัลบาโร่ โมราต้า ตีเสมอให้ยูเวนเหม็นตุส ก่อนที่ซัวเรซ จะยิงขึ้นนำให้บาร์ซ่าอีกครั้ง แล้วก็เนย์มาร์ ก็ทำแต้มจบท้ายให้บาร์เซโลน่า เอาชนะยูเวนเหม็นตุส 3 – 1
บาร์เซโลน่า คว้าชัยชนะยุโรปถ้วยใหญ่เป็นยุคที่ 5 แล้วก็เป็นการคว้า 3 แชมป์ใหญ่ เสมอกันกับเป๊ป กวาร์ดิโอล่า เมื่อ 6 ปีกลาย หน้านั้น สร้างประวัติศาสตร์เป็นสโมสรแรกของทวีปยุโรป ที่คว้า “เทรบเบิลแชมป์” ได้ถึง 2 ที


แน่นอนว่า คนที่มีส่วนสำคัญกับการบรรลุเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ในฤดูกาล 2014/15 นั่นคือ 3 กองหน้า “MSN” ที่ยิงประตูรวมกันถึง 122 ประตู รวมทุกรายการ (เมสซี่ 58 ประตู, ซัวเรซ 25 ประตู, เนย์มาร์ 39 ประตู)

ในฤดูกาลถัดมา (2015/16) 3 แนวรุก “MSN” ยังคงยิงประตูถล่มทลายต่อเนื่อง โดยยิงได้รวมกัน 131 ประตู พาทีมคุ้มครองป้องกันแชมป์ลาลีกา แล้วก็โคปาเดล เรย์ รวมถึงคว้าชัยชนะสแปนิช ซูเปอร์ คัพ, ยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ แล้วก็ฟีฟ่า คลับ เวิลด์ คัพอีกด้วย

OnThisDay 6 มิถุนายน 2015 : “เทรบ​เบิ้ลแชมป์” อีกที ของบาร์เซโลน่า

ฤดูกาล 2008/09 บาร์เซโลน่า ในยุคของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า สร้างประวัติศาสตร์เป็นสโมสรแรกของประเทศสเปน ที่คว้า 3 แชมป์หลักด้านในฤดูกาลเดียวกัน อีกทั้งลาลีกา, โคปา เดล เรย์ แล้วก็ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก

การคว้า 3 แชมป์ใหญ่ในฤดูกาลเดียว ไม่ใช่เรื่องที่ทำกันได้กล้วยๆแต่บาร์ซ่าก็สามารถทำ “เทรบเบิล” ได้เป็นครั้งที่ 2 ภายใต้การควบคุมกลุ่มของ หลุยส์ เอ็นริเก้ สมัยก่อนนักฟุตบอลบาร์ซ่า ที่เคยเป็นเพื่อนร่วมกลุ่มของเป๊ปนั่นเอง

ในฤดูกาล 2014/15 เอ็นริเก้ เข้ามาคุมกลุ่มบาร์ซ่าเป็นฤดูกาลแรก แล้วก็ได้เสริมกองทัพดาวยิงมีชื่ออย่างหลุยส์ ซัวเรซ เข้ามาผนึกกำลังเกมรุกกับเนย์มาร์ แล้วก็ลิโอเนล เมสซี่ ในนามของ 3 ประสานกองหน้ารหัสลับ “MSN”
บาร์เซโลน่า กับฤดูกาลแรกของเอ็นริเก้ ยืนยันคว้าชัยชนะลาลีกาก่อนลงเตะนัดในที่สุด ต่อจากนั้นก็คว้าชัยชนะวัวปา เดล เรย์ ด้วยเอาชนะแอธเลติเตียนก บิลค่อย แล้วก็ยังมีลุ้นแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกอีกด้วย


6 มิถุนายน 2015 บาร์เซโลน่า ลงเล่นนัดชิงแชมป์แชมเปี้ยนส์ ลีก พบกับยูเวนเหม็นตุส จากอิตาลี ที่สนามโอลิมปิก สเตเดี้ยม ในกรุงเบอร์ลิน สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี เพื่อหวังสร้างประวัติศาสตร์ “เทรบเบิลแชมป์” อีกครั้ง

อิวาน ราคิติเตียนช ยิงให้บาร์เซโลน่านำไปก่อนตั้งแต่ 4 นาทีแรก แต่ในช่วงครึ่งหลัง อัลบาโร่ โมราต้า ตีเสมอให้ยูเวนเหม็นตุส ก่อนที่ซัวเรซ จะยิงขึ้นนำให้บาร์ซ่าอีกครั้ง แล้วก็เนย์มาร์ ก็ทำแต้มจบท้ายให้บาร์เซโลน่า เอาชนะยูเวนเหม็นตุส 3 – 1
บาร์เซโลน่า คว้าชัยชนะยุโรปถ้วยใหญ่เป็นยุคที่ 5 แล้วก็เป็นการคว้า 3 แชมป์ใหญ่ เสมอกันกับเป๊ป กวาร์ดิโอล่า เมื่อ 6 ปีกลาย หน้านั้น สร้างประวัติศาสตร์เป็นสโมสรแรกของทวีปยุโรป ที่คว้า “เทรบเบิลแชมป์” ได้ถึง 2 ที


แน่นอนว่า คนที่มีส่วนสำคัญกับการบรรลุเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ในฤดูกาล 2014/15 นั่นคือ 3 กองหน้า “MSN” ที่ยิงประตูรวมกันถึง 122 ประตู รวมทุกรายการ (เมสซี่ 58 ประตู, ซัวเรซ 25 ประตู, เนย์มาร์ 39 ประตู)

ในฤดูกาลถัดมา (2015/16) 3 แนวรุก “MSN” ยังคงยิงประตูถล่มทลายต่อเนื่อง โดยยิงได้รวมกัน 131 ประตู พาทีมคุ้มครองป้องกันแชมป์ลาลีกา แล้วก็โคปาเดล เรย์ รวมถึงคว้าชัยชนะสแปนิช ซูเปอร์ คัพ, ยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ แล้วก็ฟีฟ่า คลับ เวิลด์ คัพอีกด้วย

บันทึกฉบับร่างอัตโนมัติ

ทุกๆครั้งสำหรับในการแข่งขันฟุตบอลชิงชนะเลิศแห่งชาติยุโรป เว้นเสียแต่ตำแหน่งแชมเปี้ยนแล้ว “ดาวซัลโวสูงสุด” ก็เป็นอีกหนึ่งรางวัลที่แฟนบอลคนจำนวนไม่น้อยมีความสนใจเยอะที่สุดhttps://www.producthunt.com/@lovepoker168

โดยในศึกยูโร 2020 ที่กำลังจะเริ่มนี้ จำเป็นต้องบอกว่ามีซูเปอร์สตาร์หลายรายที่ได้โอกาสคว้ารางวัลแห่งเกียรติศักดิ์นี้ไปครอง วันนี้เราก็เลยต้องการพาผู้อ่านทุกท่านลองไปดูกันว่าในแต่ละกรุ๊ปพอจะมีคนใดกันที่เข้าตากันบ้าง

กรุ๊ป A


อิตาลี : หัวหอกอย่าง ชิโร อิมโมบิเล ของลาซิโอดูจะได้โอกาสอยู่พอเหมาะพอควร เหมือนกันกับ ลอเรนโซ อินซิเญ ศูนย์หน้าจากท้องนาโปลีที่ยิงถล่มทลายในซีซั่นก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา
ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ : ปีนี้มีดาวยิงอย่าง ฮาริส เซเฟโรวิช ที่ยิงไปถึง 26 ประตูให้กับเบนฟิกาเป็นตัวความมุ่งมาด แต่ว่าก็อย่าลืมว่า เชอร์ดาน ชากิรี ของลิเวอร์พูลเองก็มักจะทำเจริญสำหรับในการรับใช้กองทัพเหมือนกัน
ตุรกี : คงจะจำเป็นต้องจับตาไปที่ 2 หัวหอกจากลีลล์ กลุ่มแชมป์ลีกสูงสุดของประเทศฝรั่งเศสฤดูล่าสุดอย่าง ยูซุฟ ยาซิซี ที่ทำไป 14 ประตูและ บูรัค ยิลมาซ ศูนย์หน้ารุ่นเก๋าวัย 35 ปีที่ยิงไป 18 ลูกตลอดซีซั่นก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา
เวลส์ : คงเป็นคนใดกันไปมิได้เว้นเสียแต่ความมุ่งมาดอันสูงสุดของประเทศอย่าง เอ็งเร็ธ เบล ที่ฟอร์มดูจะเร่าร้อนขึ้นมาเล็กน้อย ภายหลังจากท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ แยกทางกับ โชเซ มูรินโญ เมื่อต้นปีก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา

กรุ๊ป B


เบลเยียม : ปีนี้คงจะจำเป็นต้องสังเกตไปที่ โรเมลู ลูกาเรา ที่ระเบิดฟอร์มเก่งกับอินเตอร์ มิลาน เป็นอันดับแรก แต่ว่าก็ยังมีรายอื่นที่มีลุ้นอย่าง ดรีส์ เมอร์เทน หรือแม้แต่ คริสเตียน เบนเตเก ที่ฟอร์มดีกับคริสตัล พาเลซ ในปีนี้
เดนมาร์ก : จำเป็นต้องบอกว่าปีนี้ดูจะไม่มีสตาร์ที่ฟอร์มเปรี้ยงปร้างโดดเด่น แต่ว่าสำหรับสองหัวหอกอย่าง ยุยงสซุฟ โพลเซน จากแอร์เบ ไลป์ซิกข์ และ คาสเปอร์ ดอลเบิร์ก จากนีซ ก็พอจะเป็นตัวความมุ่งมาดสำหรับในการถล่มประตูได้อยู่บ้าง หรือไม่แน่ คริสเตียน เอริกเซน ศูนย์หน้าสูงสุดประจำกลุ่มบางครั้งอาจจะคืนฟอร์มเก่งแบกกลุ่มในยูโรคราวนี้ก็เป็นได้
ประเทศฟินแลนด์ : น่าสังเกต 2 หัวหอกจาก เดอะ แชมเปียนชิพ ที่พาทีมเลื่อนชั้นมาเล่นในลีกสูงสุดฤดูหน้าอย่าง ตีมู ปุกกี ที่ยิงให้นอริช ซิตี้ ไปถึง 26 ประตู และ มาร์คัส ฟอร์สส์ ที่ซัดไป 10 ประตูพาเบรนต์ฟอร์ดขึ้นสู่พรีเมียร์ลีกเป็นครั้งแรกได้สำเร็จ
รัสเซีย : ยังคงจำเป็นต้องหวังพึ่งหัวหอกรุ่นเก๋าอย่าง อาร์เต็ม ซูบา ที่ยิงให้เซนิตฯ ไป 22 ประตูในปีที่ผ่านมา แต่ พอจะมีหน้าใหม่อย่าง อเล็กซานเดร โซโบเลฟ ที่ทำผลงานเจริญกับสปาร์ตัก มอสโก รวมถึง 2 เพลย์เมกเกอร์อย่าง อเล็ก ไม่รันชุค จากอตาลันตา และ อเล็กซานเดอร์ โกโลวิน ของโมนาโก ที่จะละสายตาไปมิได้เหมือนกัน

กรุ๊ป C


เนเธอร์แลนด์ : ปีนี้จำเป็นต้องบอกว่า ฮอลแลนด์ มีดาวยิงฝีเท้าดีมากมายทั้งยัง เมมฟิส เดขว้างย ตัวความมุ่งมาดอันดับที่หนึ่ง, ดอนเยลล์ มาเลน หัวหอกจากพีเอสวีฯ, สตีเฟน เบิร์กฮุยส์ กองหน้าจากเฟเยนูร์ด และ วูท เวกฮอร์สต์ ศูนย์หน้าจากโม้ล์ฟสบวร์ก
ออสเตรีย : ตัวความมุ่งมาดในแดนหน้าปีนี้คงเป็น ซาซา คาลาจ์ดซิช หัวหอกเนื้อหอมจากสเหม็นตุตการ์ทที่ยิงไปถึง 17 ประตูในซีซั่นก่อน รวมถึงมีตัวรุกอย่าง คริสตอฟ บวมการ์ทเนอร์ และ มาร์แซล ซาบิตเซอร์ ซึ่งสามารถฟากผีฝากไข้เอาไว้ได้ในยูโรคราวนี้
ยูเครน : กลุ่มของ “เชว่า” ปีนี้มี 3 ประสานที่น่าสยองอย่าง โรมัน ยาเรมชุค ศูนย์หน้าจากเกนท์ที่ยิงไปถึง 23 ประตูในลีกเบลเยียม, รัสลาน มาลินอฟสกี ตัวรุกจากอตาลันตา และที่ต้องมีให้ได้เลยคือ วิคตอร์ ทซีกานคอฟ สตาร์เนื้อหอมจากดินาโม เคียฟ นั่นเอง
มาซิโดเนียเหนือ : กลุ่มเล็กๆนอกสายตากลุ่มนี้มีหัวหอกรุ่นเก๋าที่มีชื่อเสียงในกัลโช เซเรีย อา อย่าง โกรัน ปานเดฟ ที่หากแม้เดี๋ยวนี้ในวัย 37 ปี แต่ว่าก็ยังคงค้าลำแข้งในระดับท็อปกับเจนัว แถมยังทำประตูได้อย่างต่อเนื่องอีกต่างหาก

กรุ๊ป D


อังกฤษ : แน่ๆว่าศูนย์หน้าอันดับที่หนึ่งคงจะจำเป็นต้องฝากความมุ่งมาดไว้ที่ แฮร์รี เคน ก่อนเพื่อน และมาลุ้นกับฟอร์มเหล่าบรรดาตัวรุกอย่าง มาร์คัส แรชฟอร์ด, เจดอน ซานโช, ราฮีม สเตอร์ลิง รวมถึง แจ็ค กรีลิช หรือแม้แต่หัวหอกอย่าง โดมินิค คัลเวิร์ต-เลวิน เองก็พอจะมีลุ้นอยู่บ้างด้วยเหมือนกันหากสามารถชนะใจ เอ็งเร็ธ เซาธ์เกต และยึดตำแหน่งตัวจริงมาครองได้
โครเอเชีย : รองแชมป์โลกทีล่าสุดยังคงใช้หัวหอกหน้าเก่าๆหลายรายในกลุ่มชุดนี้ นำโดย อังเดร ครามาริช จากฮอฟเฟนไฮม์, อันเต เรบิช ตัวรุกจากเอซี มิลาน และ นิโกลา วลาซิช จากซีเอสเคเอ มอสโก เป็นตัวความมุ่งมาดในศึกยูโรปีนี้
สกอตแลนด์ : สมาชิกใหม่หน้าเก่านำกองทัพโดย เช อดัมส์ กองหน้าจากเซาธ์หมูแฮมป์ตันเป็นตัวชูโรง
สาธารณรัฐเช็ก : 2 ตัวรุกที่น่าจับตาในปีนี้คือ แพทริก ชิก จากเลเวอร์คูเซน และดาวรุ่งมาแรงอย่าง อดัมส์ ฮาโลเซค ของสปาร์ตา ปราก ที่ตกเป็นข่าวกับกลุ่มยักษ์ใหญ่หลายทีมในตอนซัมเมอร์นี้

กรุ๊ป E


ประเทศสเปน : กองทัพกระทิงดุมีหัวหอกตัวเป้าอยู่ 2 คนในกลุ่มชุดนี้คือ อัลบาโร โมราตา จากยูเวนเหม็นตุส และ หนวดเคราร์ด โมเรโน ศูนย์หน้าจากบียาร์เรอัล แชมป์ยูโรปา ลีก กลุ่มล่าสุด ส่วนที่เหลือจะเป็นตัวรุกเสียส่วนมาก ที่พอจะเป็นได้ก็เช่น เฟร์รัน ตอร์เรส จากแมนฯ ซิตี้, ไม่เกล โอยาร์ซาบัล จากเรอัล โซเซียดาด, เปดรี จากบาร์เซโลนา และ ดานี โอลโม จากแอร์เบ ไลป์ซิกข์
โปแลนด์ : จะเป็นคนใดกันไปมิได้นอกเสียจากหัวหอกระดับเทพอย่าง โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี ศูนย์หน้าสูงสุดประจำกลุ่ม รวมถึง อาร์คาดิอุสซ์ ไม่ลิก จากโอลิมปิก มาร์กเซย
สวีเดน : หากแม้ในปีนี้จะไม่มีหัวหอกตัวแบกอย่าง ซลาตัน อิบราฮิโมวิช มาด้วย แต่ว่าพวกเขามีดาวรุ่งเลือดใหม่ที่น่าสนใจอย่าง อเล็กซานเดอร์ อิซัก ศูนย์หน้าจากเรอัล โซเซียดาด และ จอร์แดน ลาร์สสัน จาก สปาร์ตัก มอสโก รวมถึงมีตัวรุกชื่อดังทั้งยัง เอมิล ฟอร์สเบิร์ก ของแอร์เบ ไลป์ซิกข์ และ เดจนกระทั่ง คูลูเซฟสกี ของยูเวนเหม็นตุสเป็นกำลังหลักอีกด้วย
สโลวาเกีย : เป็นชุดถ่ายเลือดใหม่แทบจะทั้งหมดโดยมีตัวความมุ่งมาดในแดนหน้าคือ อิวาน แก่นซ์ จากยาโบลเนช และ ออนเดรจ์ ดูดา จากเอฟซี โคโลญจน์

กรุ๊ป F


ประเทศฝรั่งเศส : 2 ตัวความมุ่งมาดอย่าง อ็องตวน กรีซมันน์ ที่มีดีกรีเป็นถึงดาวซัลโวครั้งที่แล้ว และแน่ๆ คิเลียน เอ็มบัปเป ยอดกองหน้าจากปารีส แซงต์-แชร์กแมง แต่ พวกเขายังมี คาริม เบนเซมา และ วิสเซม เบน เยดแดร์ ที่ได้โอกาสถล่มประตูในศึกยูโรคราวนี้ได้เหมือนกัน
เยอรมนี : บรรดาตัวรุกของกองทัพอินทรีเหล็กในปีนี้จัดว่าเปลี่ยนไปพอเหมาะพอควรโดยมี ทิโม แวร์เนอร์ และ เควิน โฟลลันด์ เป็นโอกาสในตำแหน่งเลขลำดับ 9 ส่วนตัวรุกคนอื่นๆที่น่าสนใจก็มี โธมัส มุลเลอร์, แซร์จ กนาบรี, ลีรอย ซาเน 3 ลำแข้งจากบาเยิร์น มิวนิค และ ไค ฮาแวร์ตซ์ ที่เริ่มฉายแววกับเชลซีได้ในช่วงหลัง
ประเทศโปรตุเกส : แน่ๆคนที่มีลุ้นเยอะที่สุดก็คือ คริสเตียโน โรนัลโด ศูนย์หน้าสูงสุดในรายการนี้ รวมถึง อังเดร ซิลวา กองหน้าฟอร์มแรงจากแฟรงค์เฟิร์ต, ดิโอโก โชต้า จากลิเวอร์พูล รวมถึงสมาชิกใหม่ไฟแรงจากสปอร์ติง ลิสบอน อย่าง เปโดร กอนซัลเวส ก็น่าติดตามไม่น้อยเหมือนกัน
ฮังการี : นำโดยหัวหอกรุ่นเก๋าอย่าง อดัม ซาไล เป็นตัวความมุ่งมาดพร้อมด้วยกองหน้ารุ่นน้องอย่าง โรแลนด์ ซัลไล ที่น่าจะส่งผลงานช่วยกลุ่มได้บ้างในศึกยูโร 2020 นี้