เมื่อ “3 แข้งบราซิล” เลือกสวมเสื้ออิตาลียึดแชมป์ยูโร 2020

หากว่าทัพลูกหนัง “แซมบ้า” บราซิล จะชวดครอบครองแชมป์ระดับทวีปบนดินแดนของตนเอง เพราะเหตุว่าพลาดท่าแพ้ “ฟ้าขาว” อาร์เจนตินา 0-1 ในศึกฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติอเมริกาใต้ วัวปา อเมริกา 2021 รอบชิงชนะเลิศ ที่ประเทศบราซิล

แต่มีนักเตะสายโลหิตบราซิลถึง 3 ผู้ที่ได้สังสรรค์แชมป์ระดับทวีปบนดินแดนยุโรป เพราะเหตุว่าได้เปลี่ยนสัญชาติไปร่วมทัพลูกหนัง “อัซซูร์รี” อิตาลี ชุดแชมป์ยูโร 2020 ไล่ตั้งแต่ จอร์จินโญ่, เอแมร์ซอน พัลมิเอรี และก็ ราฟาเอล โตลอย นั่นเอง


ในศึกยูโร 2020 มีนักเตะสายโลหิตบราซิลเปลี่ยนสัญชาติไปรับใช้ทีมลูกหนังในทวีปยุโรปทั้งสิ้น 6 คน เช่น เปกระเป๋า กองหลังทีมชาติประเทศโปรตุเกส, มาริโอ แฟร์นันเดส กองหลังทีมชาติรัสเซีย, มาร์ลอส ปีกขวาทีมชาติยูเครน และก็ 3 นักเตะทีมชาติอิตาลีตามรายชื่อข้างต้น โดยทั้ง 6 คนมีชื่อเสียงกล่าวกำเนิดที่ประเทศบราซิลทั้งสิ้นเลยด้วย

แต่มีอยู่หนึ่งผู้ที่ไม่เคยผ่านการลงเล่นให้สโมสรฟุตบอลในประเทศบราซิลมาก่อนเลย นั่นก็คือ จอร์จินโญ่ เพราะเหตุว่าได้ย้ายมาปักหลักถิ่นที่อยู่อาศัยในประเทศอิตาลีตั้งแต่ในช่วงเวลาที่แก่เพียง 15 ปี และก็ได้รับสัญชาติเป็นชาวอิตาเลียนตามบรรพบุรุษด้วยนั่นเอง ต่อไปได้เริ่มต้นอาชีพค้าหน้าแข้งกับ เวโรท้องนา ในตำแหน่งกองกลางเมื่อปี 2010 และก็ย้ายไปสร้างชื่อกับ ท้องนาโปลี ก่อนที่จะย้ายลงหลักปักฐานกับ เชลซี ตั้งแต่ปี 2018 จนกระทั่งเดี๋ยวนี้


ดังนี้ จอร์จินโญ่ ได้ถูกเรียกมารับใช้ทัพลูกหนัง “อัซซูร์รี” มาตั้งแต่ปี 2016 ส่วนในรายของ เอแมร์ซอน เคยค้าหน้าแข้งในบราซิลกับ ซานโตส มาก่อน แต่ได้ย้ายมาสร้างชื่อกับ โรม่า ในปี 2015 และก็ได้เปลี่ยนสัญชาติเพื่อไปใส่เสื้อสีน้ำเงินตั้งแต่ปี 2018 ระหว่างที่ โตลอย พึ่งจะได้สัญชาติในตอนต้นปี 2021 หลังจากที่อยู่ปักหลักยืนเล่นเป็นกองหลังของ อตาลันตา มานานถึง 6 ปีแล้ว นับตั้งแต่ย้ายมาจาก ซานโตส ในบ้านกำเนิดเมื่อปี 2015


ก่อนหน้านี้มีนักเตะสายโลหิตบราซิลที่ได้เปลี่ยนสัญชาติไปครอบครองแชมป์ยุโรปมาแล้วถึง 2 คน เริ่มจาก มาร์กอส เซนท้องนา ได้จารึกชื่อเป็นคนแรกเมื่อในช่วงเวลาที่สวมบทเป็นกองกึ่งกลางทีมชาติสเปนชุดแชมป์ยูโร 2008 ส่วน เปกระเป๋า ตามมาเป็นผู้ที่ 2 โดยสวมบทเป็นกองหลังทีมชาติประเทศโปรตุเกสชุดแชมป์ยูโร 2016 เท่ากับว่าขณะนี้มีนักเตะสายโลหิตบราซิลที่ได้เปลี่ยนสัญชาติไปครอบครองแชมป์ยุโรปเพิ่มเป็น 5 รายแล้ว เพราะเหตุว่า จอร์จินโญ่, เอแมร์ซอน และก็ โตลอย เปลี่ยนเป็นอีก 3 หน้าแข้งแซมบ้าที่ได้เข้าทำเนียบนี้กันแบบพร้อมหน้ากลมเกลียวพร้อมใจ เพราะเหตุว่าได้ใส่เสื้อของทัพลูกหนัง “อัซซูร์รี” สังสรรค์แชมป์ยูโร 2020 ไปหมาดๆ

พวกไม่ยินยอม! แฟนอังกฤษกว่า 1 แสนคนร่วมลงนามนัดชิงยูโร 2020 จำเป็นต้องแข่งใหม่

ผ่านมาแล้ว 3 วัน สำหรับนัดหมายชิงแชมป์บอลยูโร 2020 ที่ข้อสรุปเป็น ทีมชาติอิตาลี ดวลจุดลูกโทษชนะ ทีมชาติอังกฤษ ไป 3-2 ข้างหลังเท่ากันในเวลา 120 นาที 1-1 เถลิงแชมป์ยูโรยุคที่ 2 ได้เสร็จ ท่ามกลางความหมดหวังของกองเชียร์สิงโตขู่คำรามในสนามเวมบลีย์

ล่าสุด มีแถลงการณ์ว่าแฟนบอลทีมชาติอังกฤษกว่า 1 แสนคนได้พากันร่วมเซ็นชื่ออย่างจริงจัง เพื่อขอให้ ยูฟ่า กระทำรีแมตช์นัดหมายชิงแชมป์ใหม่อีกรอบ ด้วยเหตุผลหลักว่า เชิ้ตดำในเกมนี้วินิจฉัยไม่แฟร์

โดยแฟนบอลอังกฤษมุ่งเป้าจู่โจมไปที่ บียอร์น ไคเปอร์ส ผู้ตัดสินชาวเนเธอร์แลนด์ ที่ในมุมมองของแฟนบอลผู้ดีนั้นบอกว่าวินิจฉัยผิดพลาดหลายจังหวะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจังหวะที่ จอร์จิโอ คิเอลลินี ดึงเสื้อของ บูกาโย ซากา ที่ควรให้ใบแดงแต่ว่าก็ให้แค่ใบเหลือง รวมถึงจังหวะที่ จอร์จินโญ่ ย่ำใส่ แจ็ค กรีลิช ก็ต้องเป็นใบแดงเหมือนกัน

จนกระทั่งขณะนี้ มีคู่รักบอลอังกฤษกว่า 100,000 คนไปร่วมเซ็นชื่อใน change.org เว็บไซต์ที่มีไว้สำหรับสร้างแคมเปญต่างๆเรียกร้องให้ อังกฤษ กับ อิตาลี ได้แข่งขันกันใหม่อีกครั้ง ซึ่งเว้นเสียแต่พวกเขามองว่ากรรมการเป่านกหวีดแบบไม่เป็นธรรมแล้ว ยังกำหนดเพิ่มเหตุว่า ทีมชาติอิตาลีเล่นแรงเกินไป โดยใช้คำว่า “ดึง, ผลัก, เตะ” ใส่ผู้เล่นทีมชาติอังกฤษ

อย่างไรก็ดี การร่วมเซ็นชื่อคราวนี้อาจเป็นไปได้เพียงแต่การแสดงออกทางความคิดเห็นเพียงแค่นั้น ซึ่งทาง ยูฟ่า เองอาจไม่มีการตอบรับข้อเรียกร้องนี้อะไร

ไขข้อข้องใจ! “เซาธ์เกต” เปิดใจเลือก 3 ดาวรุ่ง ลงมายิงจุดโทษในเกมสุดกดดัน

“สิงโตคำราม” ทีมชาติอังกฤษ จำเป็นต้องเจอกับความสิ้นหวังอีกที ข้างหลังเป็นฝ่ายแพ้จุดลูกโทษต่อ อิตาลี 2-3 ที่สนาม เวมบลีย์ ในเกมนัดชิงแชมป์ บอลยูโร 2020 เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ 11 เดือนกรกฎาคม 2564

 

ทำให้พวกเขายังจำเป็นต้องรอการบรรลุเป้าหมายถัดไปในทัวร์นาเมนต์รายการใหญ่ โดยคราวสุดท้ายที่พวกเขาทำสำเร็จคือการคว้าแชมป์บอลโลก เมื่อปี 1966 หรือย้อนกลับไปเมื่อ 55 ปีที่แล้ว

แม้กระนั้นมีหลายเสียงวิภาควิจารณ์ข้างหลังเกมเป็นอันมาก เกี่้ยวกับการตัดสินใจของ แกเร็ธ เซาธ์เกต ผู้จัดการทีมฟุตบอลชาติอังกฤษที่เลือกให้นักเตะอายุน้อยของทีมมาเป็นคนยิงจุดลูกโทษในเกมที่มีความกดดันสูง อีกทั้ง บูติดอยู่โย่ ซาก้า (19 ปี), เจดอน ซานโช่ (21 ปี) รวมทั้ง มาร์คัส แรชฟอร์ด (23 ปี) ซึ่งอีกทั้งสามรายพลาดหมด

โดยข้างหลังเกม ที่ปรึกษาวัย 50 ปี ออกมาชี้แจงถึงเรื่องนี้ว่า “ทุกสิ่งทุกอย่างมันขึ้นกับผม พวกเขาไม่ได้เสนอตัว แต่ว่าผมเป็นคนตัดสินใจมอบหน้าที่นั้นให้พวกเขายิงจุดลูกโทษเอง โดยใคร่ครวญจากภาพรวมสำหรับการฝึกซ้อม ถ้าเกิดคุณจะโทษคนไหน คนนั้นจะต้องเป็นผม แน่ๆพวกเขาจะไม่ได้อยู่คนเดียว แต่ว่าเราจะอยู่เคียงคู่เขา”

 

นอกนั้น สมัยก่อนปราการหลังสิงโตคำราม ยังได้เผยถึงสาเหตุว่าเหตุไรทีมจึงหันมาเล่นเกมรับ รวมทั้งตัดสินใจเปลี่ยนตัวผู้เล่นที่ช้าเอามากๆ”เราเก็บบอลกันได้ไม่ดีเพียงพอ โน่นทำให้เราเจอแรงกดดันที่มากขึ้น การดึงเกมให้ช้าลงจะทำให้พวกผู้เล่นพร้อมที่จะเล่นเกมบุก มันก็อย่างกับการพนัน ถ้าเกิดเราเปิดเกมรุกแลกเปลี่ยนก่อนหน้าที่ผ่านมา เราก็บางครั้งก็อาจจะแพ้ในช่วงต่อเวลาพิเศษก็เป็นได้”

ผลสรุปศึกยูโร 2020 : ผู้เล่นเยี่ยมยอด, ดาวซัลโว, จอมแอสซิสต์, ดาวรุ่งเยี่ยมยอด ,สถิติอื่นๆที่น่าดึงดูด

ภายหลังที่ อิตาลี ผงาดครอบครองแชมป์ ยูโร 2020 ถึงประเทศอังกฤษ หลังเสมอใน 120 นาที 1-1 ก่อนเอาชนะจุดโทษตัดสิน 3-2 ครอบครองแชมป์มาครอบครองเป็นสมัยลำดับที่สองภายหลังจากเคยคว้าทำได้เสร็จในปี 1968

ทางยูฟ่าได้ประกาศรางวัลต่างๆที่เกิดขึ้น หลังจบทัวร์นาเมนท์นี้ในทันทีทันใด ส่วนจะมีอะไรที่น่าดึงดูดกันบ้างไปติดตามกันได้เลย

ผู้เล่นเยี่ยมที่สุดของ : จานลุยจิ ดอนนารุมมา (อิตาลี)

 

นักฟุตบอลวัย 22 ปีรายนี้กำลังย้ายจาก เอซี มิลาน ไปร่วมกลุ่ม ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ได้โชว์เซฟสองจุดโทษสำหรับเพื่อการดวลจุดโทษของกับ อังกฤษ เมื่อคืนนี้ที่ เวมบลีย์ แล้วก็ช่วยทำให้กลุ่มของเขาครอบครองแชมป์ ยุโรป เสร็จ เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1968

นอกเหนือจากนี้เขายังเป็นผู้รักษาประตูผู้ที่สองที่ได้รับรางวัลดังที่ได้กล่าวผ่านมาแล้วต่อจาก ปีเตอร์ ชไมเคิล ของ เดนมาร์กในปี 1992

เขาเก็บคลีนชีตได้สามนัดแล้วก็เสียสี่ประตูใน ทัวร์นาเมนต์ จากการลงเล่นไป 719 นาที มากยิ่งกว่าผู้เล่นคนอื่นๆในรายการ

ทำเนียบนักฟุตบอลเยี่ยมที่สุด ศึกยูโร 7 ครั้งล่าสุด
– ปี 2020 : จานฝ่าจิ ดอนท้องนารุมมา (อิตาลี)
– ปี 2016 : อองตวน กรีซมันน์ (ประเทศฝรั่งเศส)
– ปี 2012 : อันเดรส อิเนียสต้า (สเปน)
– ปี 2008 : ชาบี้ เอ้อร์นานเดซ (สเปน)
– ปี 2004 : ธีโอโดคอยส ซาโกราคิส (กรีซ)
– ปี 2000 : เซเนดีน ซีดาน (ประเทศฝรั่งเศส)
– ปี 1996 : มัทธีอัส ซามเมอร์ (เยอรมนี)

ดาวรุ่งเยี่ยมที่สุด – เปดรี (สเปน)

 

ในช่วงเวลาที่ เปดรี กองกลางของ สเปน จาก บาร์เซโลนา ผงาดคว้ารางวัลดาวรุ่งเยี่ยมที่สุดประจำทัวร์นาเมนต์

นักฟุตบอลวัย 18 ปีลงเล่นดูเหมือนจะทุกนาทีให้กับกลุ่มชาติของเขาหลังถูกเปลี่ยนตัวออกจากสนามในช่วงต่อเวลาพิเศษในรอบก่อนรองชนะเลิศที่พบกับ สวิตเซอร์แลนด์ ก่อนหมดเวลาเพียงแต่นาทีเดียวเท่านั้น

“สิ่งที่เปดรีทำในทัวร์นาเมนต์นี้ ตอนอายุ 18 ยังไม่มีใครทำ แม้แต่อันเดรส อิเนียสต้าเองก็ไม่ได้ทำแบบงั้น มันช่างเหลือเชื่อ ไม่เหมือนใคร” หฝ่าส์ เอ็นริเก้ ผู้จัดการทีมฟุตบอลกล่าว

ดาวซัลโว : คริสเตียโน โรนัลโด้ (โปรตุเกส)

 

คริสเตียโน โรนัลโด้ ซูเปอร์สตาร์กลุ่มชาติโปรตุเกส ที่ทำได้ 5 ประตูพอๆกับ ขว้างตริก ชิก แผงหน้ากลุ่มชาติสาธาณรัฐเช็ก แต่ว่าตัวรุกแดนฝอยทองคำทำได้ 1 แอสซิสต์ ทำให้ โรนัลโด้ คว้ารางวัลดาวซัลโวประจำศึกยูโร 2020 ไปครอบครอง

สถิติอื่นๆที่น่าดึงดูด

แข่งขันรวม 51 นัด

ยิงกันทั้งหมดทั้งปวง 142 ประตู – เฉลี่ย 2.79 ประตูต่อเกม

กลุ่มที่ยิงประตูสูงที่สุด อิตาลี – 13 ประตู

คลีนชีตสูงที่สุด อังกฤษ – 5 เกม

ครอบครองบอลเฉลี่ยสูงที่สุด สเปน – 66.8%

ผ่านบอลถูกต้องแม่นยำที่สุด สเปน – 89.3%

เซฟสูงที่สุด แยน ซอมเมอร์ (สวิตเซอร์แลนด์) – 21ครั้ง

สปีดเร็วที่สุด สปิท้องนาซโซลา (อิตาลี) แล้วก็ เนเก๋ (ฮังการี) – 33.8 กม./ชั่วโมง

ทำฟาวล์สูงที่สุด เดลานีย์ (เดนมาร์ก) – 15 ครั้ง

แรงนะเนี่ย! “กูร์กตัวส์” หลุดปากลั่น “มาร์กซิยัล” ถือเป็นลำแข้งดังหรอ?

ติโบต์ กูร์กตัวส์ ผู้เฝ้าประตูกลุ่มชาติเบลเยียมของ เรอัล มาดริด สมาพันธ์ยักษ์ใหญ่แห่งลาลีกา สเปน หลุดถามถึง อ็องโตนี มาร์กซิยัล แผงหน้าแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ว่านับเป็นนักฟุตบอลระดับสตาร์เหรอ? ระหว่างการคุยในรายการ Pickx กับ แยน แฟร์เกน กองหลังเพื่อนร่วมชาติ

โดยในรายการ เราร์กตัวส์ถูกแฟร์เกนถามคำถามว่า “ให้เลือกนักฟุตบอลระดับสตาร์ 3 คน ที่ไม่ได้ลงเล่นในยูโรครั้งนี้” ซึ่งเราร์กตัวส์ก็ตอบว่า “เซร์คิโอ รามอส และ เอ่อ.. เอ่อ..” ก่อนที่เขาจะหัวเราะในเชิงยอมแพ้เนื่องจากว่าคิดชื่อเพิ่มไม่ออก

ทำให้แฟร์ทองเกนเฉลยคำตอบ โดยลิสต์รายนามนักฟุตบอลให้ฟัง ไล่ตั้งแต่ เออร์ลิง ฮาลันด์, อ็องโตนี มาร์กซิยัล, มาร์ก-อังเดร แทร์ สเตเกน, เวอร์จิล ฟาน ไดค์, นิโกโล ซานิโอโล, มอยเซ คีน, เอดิน เซโก, แยน โอบลัก, มิราเลม ปานิช..

แล้วต่อจากนั้นมือกาววัย 29 ปี ได้พูดขึ้นว่า “มาร์กซิยัลเหรอ? เขาเป็นนักฟุตบอลดังเหรอ?” แล้วแล้วต่อจากนั้นอีกทั้งเราร์กตัวส์และแฟร์เกนก็หัวเราะพร้อมเบาๆ

เดือดก่อนชิงดำ! “เนย์มาร์” ของขึ้นไล่พวกแซมบ้าปันหัวใจไปตายซะ

โหมโรงก่อนศึกโคปา อเมริกา 2021 นัดหมายชิงแชมป์ ที่ตระเตรียมฟาดแข้งกันตอนเช้าวันอาทิตย์ที่ 11 ก.ค. 2564 เวลา 07.00 น. ตามเวลาของไทย

อย่างที่แฟนบอลทราบกันอยู่แล้ว ปีนี้เป็นการแข่งขันระหว่างคู่ชิงในฝัน คู่รักคู่แค้นชั่วกัลปวสานอย่าง เจ้าภาพ ทีมชาติบราซิล พบกับ ทีมชาติอาร์เจนตินา

ล่าสุด เนย์มาร์ ซูเปอร์สตาร์ทีมชาติบราซิล ออกโรงจวกแฟนบอลเพื่อนร่วมชาติ ข้างหลังมีกระแสไม่น้อยที่ออกมาหนุนกองทัพฟ้าขาวให้ได้แชมป์โคขว้าง อเมริกา โดยเหตุผลเพราะว่าเป็นสาวกของ ลิโอเนล เมสซี ตัวรุกจากบาร์เซโลนานั่นเอง

สำหรับจุดเริ่มต้นเรื่องราวดังกล่าวข้างต้นนี้ เกิดขึ้นเมื่อ ฟาบิโอลา อันดราเด ผู้สื่อข่าวหญิงสายกีฬาของบราซิล ออกมาแสดงจุดยืนว่าต้องการที่จะให้เมสซีได้แชมป์รายการนี้เป็นครั้งแรกในชีวิต โดยเธอได้โพสต์ว่า

“ก่อนที่จะเอาหินมาขว้างใส่ฉันในที่สาธารณะ ฟังฉันอธิบายก่อน ฉันรักบราซิล ฉันรักแวดวงบอลบราซิเลียน ใช่ ฉันมีเพื่อนชาวอาร์เจนไตน์คนไม่ใช่น้อย แต่ฉันไม่ได้เชียร์อาร์เจนตินา ในเกมนัดหมายชิงโคขว้าง อเมริกา ฉันก็จะไม่เชียร์พวกเขา ไม่เลย แต่ฉันเชียร์เพราะว่าฉันรักบอล และ ลิโอ เมสซี @leomessi ชายคนนี้จำต้องได้แชมป์ในสีเสื้อทีมชาติของเขา! มันเป็นเรื่องที่ชอบธรรม!”

ภายหลังโพสต์ของผู้รายงานข่าวสาวดังกล่าวข้างต้นได้เผยแพร่ออกไป ปรากฎว่ามีคนรักบอลไม่น้อยล้วนเชื่อฟังข้อคิดเห็นของอันดราเด ซึ่งดูเหมือนจะทั้งหมดก็บอกเหตุผลคล้ายกันโน่นเป็น ชื่นชมในฝีเท้าของตัวรุกจากชาติคู่รักคู่แค้น และต้องการที่จะให้สมหวังเสียรู้ในวัย 34 ปี ทั้งแฟนบอลบราซิลยังขุ่นเคืองจากความไม่ประสบผลสำเร็จของกองทัพแซมบ้าชุดนี้มาจากบอลโลก 2018 ด้วยทำให้ล่าสุด เนย์มาร์ ถึงกับอดรนทนไม่ได้ ออกมาโพสต์ลงไอจีสตอรีในหัวข้อนี้ยาวว่า

“ผมเป็นคนบราซิล เป็นด้วยความรักอย่างเต็มองอาจภาคภูมิ ความฝันของผมตลอดชาติเป็นการได้เล่นให้ทีมชาติและได้ฟังแฟนบอลแผดเสียงร้องช่วยเหลือ”

“ผมไม่เคยโจมตีหรือคิดจะโจมตีบราซิล เวลาพวกเขาแข่งขันใดๆ ไม่ว่าจะเป็นกีฬา, ประกวดนางงาม หรือออสการ์”

“ถ้าสิ่งนั้นเป็นบราซิล เพราะว่าผมเป็นคนบราซิล และไม่ว่าใครก็ตามที่เป็นคนบราซิล ส่วนคนบราซิลที่มองเห็นต่างออกไป ก็ช่างเถอะนะ ผมให้ความเคารพ แต่ไปตกนรกซะเถิด”

สำหรับ เนย์มาร์ ทำไปแล้ว 2 ประตูให้บราซิลในทัวร์นาเมนต์นี้ นัดหมายที่พบ ทีมชาติเวเนซุเอลา และ ทีมชาติเปรู ใน 2 เกมแรกของรายการ จากนั้นเขายิงไม่ได้อีกเลย แต่บราซิลก็ยังเข้มแข็งพอที่จะผ่านเข้ามาถึงนัดหมายชิงแชมป์

โดยนัดหมายนี้จะเป็นครั้งแรกตั้งแต่แมื่อปี 2007 ด้วย ที่บราซิลจะได้ประจันหน้ากับอาร์เจนตินาในรอบชิงแชมป์ ก่อนหน้านี้บราซิลเคยเป็นแชมป์ 9 ยุค ส่วนอาร์เจนตินาเป็นแชมป์ 14 ยุค และมีลุ้นทาบสถิติสูงสุด 15 ยุคของอุรุกวัยในวันพรุ่งนี้

เบื้องหลังเหตุการณ์อีริคเซ่น เมื่อการเสียชีวิตของโฟเอ้ ช่วยเซฟชีวิตเพื่อนร่วมอาชีพรุ่นหลัง

วินาทีที่ คริสเตียน อีริคเซ่น หมดสติและล้มลงสู่พื้น และจำต้องได้รับการปฐมพยาบาลอย่างเร่งด่วน อาจก่อให้ภาพสถานะการณ์การสิ้นไปในอดีต ถอยกลับเข้ามาในความนึกคิดของเหล่าแฟนบอล

มาร์ก-วิเวียน โฟเอ้ อาจจะเป็นเคสแรกๆที่หลายท่านจดจำได้ดี ภาพที่เขาหมดสติล้มลงกึ่งกลางสนามแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย จนถึงจำต้องถูกแบกออกไปดูแลรักษาพยาบาลเบื้องต้นข้างสนาม แต่ว่าท้ายที่สุดก็ไม่อาจช่วยชีวิตของเขาเอาไว้ได้สำเร็จ จนถึงการสิ้นไปดังที่กล่าวผ่านมาแล้ว เปลี่ยนมาเป็นรอยด่างด่างปฏิบัติงานแข่งขัน ฟีฟ่า คอนเฟเดอเรชั่นส์ คัพ 2003

แต่ว่าการสูญเสียในตอนนั้น ก็ได้แผ้วถางทางสู่อนาคตสำหรับการช่วยชีวิตนักฟุตบอลในสนาม

แข็งขนาดไหนก็ล้มได้

ถึงแม้นักฟุตบอลอาชีพ จะเป็นกลุ่มของผู้คนที่มีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรงดี วิ่งเต็มดูดได้ตลอดทั้ง 90 นาทีที่อยู่ในสนาม แต่มีผู้เล่นมากกว่า 100 คน ที่เคยล้มลงกึ่งกลางสนาม ซึ่งมากกว่าครึ่งนั้น ไม่ได้โชคดีเหมือนกับมิดฟิลด์ของดินแดนโคนมรายนี้

หนึ่งในเรื่องที่หลายท่านจดจำได้ดี คือรายของ มาร์ก-วิเวียน โฟเอ้ มิดฟิลด์ตัวรับวัย 28 ปี ของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่ร่วมกองทัพกลุ่มชาติแคเมอรูน ลงเตะใน ฟีฟ่า คอนเฟเดอเรชั่นส์ คัพ 2003 ที่ประเทศฝรั่งเศส
โฟเอ้ ลงเล่นในแมตช์ที่ แคเมอรูน เอาชนะ บราซิล กับ ตุรกี ไปได้ในรอบแบ่งกลุ่ม ก่อนจะได้พักในเกมที่เจอกับ สหรัฐอเมริกา และกลับมาเป็น 11 ตัวจริงในรอบรองชนะเลิศ ซึ่งจำต้องประจันหน้ากับ โคลอมเบีย ที่สนาม สตาด เดอ แฌร์ล็อง เมืองลียง

แมตช์ดังที่กล่าวผ่านมาแล้วดำเนินมาถึงนาทีที่ 72 อยู่ๆโฟเอ้ ก็ล้มลงกึ่งกลางสนามแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย โดยไม่มีผู้ใดอยู่รอบข้างตัวเขาเลย

ผู้ตัดสินเป่าหยุดเกม และเรียกให้กลุ่มหมอเข้ามาดูแลรักษาพยาบาลเบื้องต้นเขาในสนาม ก่อนที่เขาจะถูกแบกออกมาปั๊มหัวใจที่ข้างสนาม แล้วส่งไปรับการดูแลและรักษาที่ศูนย์การแพทย์ของ สตาด เดอ แฌร์ล็อง แต่ทว่าข้างหลังบากบั่นกู้ชีพอยู่เป็นเวลายาวนานกว่า 45 นาทีก็ไม่เป็นผล เขาเสียชีวิตลงต่อจากนั้น

วินฟรีด เชเฟอร์ ผู้จัดการทีมชาติ แคเมอรูน ณ ในตอนนั้น เผยออกมาว่าเขาปรารถนาสลับตัว โฟเอ้ ออกจากสนามก่อนหน้านั้น เพราะเหตุว่าหมดทั้งตัวเขาและกลุ่มหมอ มีความเห็นว่ากองกลางรายนี้มีลักษณะล้า และเขยื้อนได้ช้าลง แต่ว่าเจ้าตัวยังปรารถนาเล่นต่อ เพื่อช่วยให้กลุ่มชาติของเขาไปสู่รอบชิงแชมป์ให้ได้

แมรี่-หฝ่าส์ โฟเอ้ ภรรยาของจอมบุกรายนี้ กล่าวว่ามิดฟิลด์จาก แมนฯ ซิตี้ มีลักษณะท้องเดินมา 2-3 วันแล้ว และก็มีปัญหากับกระเพาะอาหารของเขาด้วย แต่ว่าเจ้าตัวยังคงยืนยันที่จะลงเล่นให้กับกลุ่มต่อ โฟเอ้ เสียชีวิตต่อหน้าต่อตาภรรยาของเขา ที่เข้ามารับชมเกมข้างสนามในนัดหมายนั้น

ผลการชันสูตรพลิกศพของกองกลางรายนี้ พบว่าเขาเสียชีวิตด้วยอาการกล้ามเนื้อหัวใจหนา หรือ Hypertrophic Cardiomyopathy ซึ่งโรคดังที่กล่าวผ่านมาแล้วมีโอกาสเกิดขึ้นกับทุก 1 ใน 500 คนทั้งโลก พบได้มากได้บ่อยในคนที่มีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง และเป็นสาเหตุการตายอันดับ 1 ของผู้มีอายุน้อยกว่า 35 ปี

ใจความสำคัญก็คือ โฟเอ้ มีโอกาสรอดตายด้วยซ้ำ ถ้าเกิดได้รับการปฐมพยาบาลที่ถูกอย่างทันตามเวลา แต่ว่าในตอนนั้น แทบไม่มีผู้ใดคาดหมายว่านักบอลที่มีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรงอย่างงี้ อยู่ดีๆจะล้มครืน จนถึงขั้นเสียชีวิต

โน่นจึงทำให้ ฟีฟ่า ตกลงใจยกเครื่องด้านการแพทย์ใหม่ทั้งปวง เพื่อไม่ให้สถานะการณ์ดังที่กล่าวผ่านมาแล้วเกิดขึ้นซ้ำอีกครั้ง

ชีวิตจำต้องมาก่อน

ภายหลังเคสของโฟเอ้ สิ่งแรกที่ถูกนำมาเอ่ยถึง คืออาการหัวใจหยุดเต้นทันควัน หรือเรียกแบบย่อว่า SCA (Sudden Cardiac Arrest) ที่สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน ทุกเมื่อ และทุกหนแห่ง โดยไม่แบ่งแยกว่าคุณจะมีสุขภาพที่แข็งแรงขนาดไหนก็ตาม
ฟีฟ่า ปรารถนาค้ำประกันว่าผู้เกี่ยวข้องกับวงการบอลจำต้องรู้เรื่องใจความสำคัญดังที่กล่าวผ่านมาแล้ว โดยเฉพาะกับข้าราชการหมอ ที่จำต้องเข้ารับการฝึกอบรมขั้นตอนสำหรับการช่วยชีวิต ถ้าเกิดเจอผู้เล่น หรือผู้ตัดสินเผชิญอาการ SCA ขึ้น

ถ้าเกิดผู้เล่นล้มลงไปกับพื้น โดยไม่มีการเผชิญหน้ากับผู้เล่นรายอื่น และไม่ตอบสนองหรือหมดสติไป กลุ่มหมอสามารถวิ่งลงไปช่วยเหลือได้ในทันที โดยไม่ต้องรอคอยผู้ตัดสินเป่านกหวีดอนุญาต

เพราะเหตุว่าพวกเขาอาจมีเวลาเพียงแค่ 2 นาที หลังจากที่นักฟุตบอลล้มลงไป ที่จะจำต้องปั๊มหัวใจเพื่อทำ CPR และใช้เครื่อง AED นำกระแสไฟฟ้าไปกระตุ้นหัวใจให้เต้นตามจังหวะปกติ เพราะเหตุว่ายิ่งผ่านเวลาไปนานเท่าไร จังหวะสำหรับการรอดตายก็ยิ่งมัวลงไป

ในกรณีของ โฟเอ้ ไม่มีผู้ใดทำ CPR ให้เขาเลย หากแม้เขาจะหมดสติไปเป็นเวลายาวนานกว่า 6 นาทีแล้ว หากแม้เจ้าตัวจะมีลักษณะตาโพลง และไม่ตอบสนองก็ตาม อาจเพราะเหตุว่าแทบไม่เคยปรากฏเลยว่ามีกรณีที่นักฟุตบอลเกิดหัวใจหยุดเต้นทันควัน ระหว่างกำลังลงเล่นอยู่ในสนาม

แต่ว่าโน่นก็ทำให้กลุ่มหมอ ผู้ตัดสิน สตาฟ และผู้เล่นต่างๆได้รู้จักกับความเสี่ยงที่อาจย่างกรายมาหาพวกเขาได้ทุกเมื่อ ทำให้หลายทีมเริ่มมีการเตรียมพร้อมมากยิ่งขึ้น ด้วยเครื่องใช้ไม้สอยหมอที่พร้อมกว่าเดิม รวมถึงกำหนดให้เครื่อง AED ควรจะมีประจำอยู่ทุกสนาม ไม่ว่าจะเป็นระหว่างแมตช์แข่งขันจริง หรือระหว่างการฝึกหัดก็ตาม

ในปี 2006 ฟีฟ่า ได้เพิ่มมาตรการตรวจเช็คร่างกายของนักฟุตบอลทุกคนก่อนเริ่มเกม เพื่อตรวจดูความผิดปกติของหัวใจ ถึงแม้พวกเขาไม่อาจตรวจพบทุกความผิดปกติได้อย่างสมบูรณ์แบบ แต่ว่าก็เพียงพอที่จะคัดกรองความพร้อมเพรียงของผู้เล่นในระดับหนึ่ง
และในปีเดียวกันนั้น ทางพรีเมียร์ลีก ก็ได้ยกระดับด้านการแพทย์ขึ้นไปอีกขั้น ข้างหลัง ปีเตอร์ เช็ค ผู้เฝ้าประตูของ เชลซี ได้รับบาดเจ็บกะโหลกศีรษะร้าว จากการเผชิญหน้ากับเข่าของ สตีเฟ่น ฮันต์ จนถึงขั้นหมดสติ และจำต้องนอนรอคอยรถพยาบาลในห้องแต่งตัวนานถึงครึ่งชั่วโมง

รวยสุดในวงการ! สื่อเผยอาชีพหลักของ “ไคเปอร์ส” เปานัดชิงฯยูโร 2020

เดลี เมล สื่อดังของอังกฤษรายงานว่า บียอร์น ไคเปอร์ส (Bjorn Kuipers) ผู้ตัดสินจากเนเธอร์แลนด์ที่จะลงทำหน้าที่ในนัดหมายชิงดำยูโร 2020 วันอาทิตย์นี้ เป็นกรรมการลูกหนังที่มีฐานะมั่งคั่งที่สุดในโลก

สื่อดังกล่าวข้างต้นบอกว่า ท่านเปาชาวฮอลล์แลนด์มีทรัพย์สินส่วนตัวมูลค่าราว 11.5 ล้านปอนด์ (ราว 520 ล้านบาท) เมื่อปี 2016 โดยเจ้าตัวเป็นผู้ร่วมจัดตั้งซูเปอร์มาร์เก็ตที่มีชื่อว่า จัมโบ (Jumbo) ในดินแดนกังหันลม ข้างหลังมีดีกรีปริญญาตรีด้านการบริหารธุรกิจ ตั้งแต่สมัยหนุ่มแน่นจากมหาวิทยาลัยรัดเบาด์ ในเมืองไนจ์เมเกน

 

ไคเปอร์ส วัย 48 ปี เริ่มต้นอาชีพเชิ้ตดำลูกหนังตั้งแต่ปี 2002 ก่อนขึ้นชั้นเป็นผู้ตัดสินระดับแถวหน้าของยูฟาตั้งแต่ปี 2009 โดยผ่านการลงวินิจฉัยในบอลโลก รอบท้ายที่สุด มาแล้ว 2 สมัย รวมทั้งศึกยูโร รอบท้ายที่สุดอีก 3 สมัย ซึ่งแรงบันดาลใจในอาชีพนี้ของเจ้าตัวเป็นป๋า ที่เคยเป็นผู้ตัดสินบอลในระดับครึ่งหนึ่งอาชีพนั่นเอง

สำหรับ นัดหมายชิงชนะเลิศยูโร 2020 ระหว่าง ทีมชาติอังกฤษ พบ ทีมชาติอิตาลี นี้จะนับว่าเป็นอีกเกมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตของไคเปอร์ส ข้างหลังเคยวินิจฉัยนัดหมายชิงชนะเลิศเกมระดับสมาพันธ์ในถ้วย ยูฟา แชมเปียนส์ ลีก (2017) รวมทั้ง ยูฟา ยูโรปา ลีก (2013, 2018) มาแล้ว

 

ส่วนในศึกยูโรครั้งนี้ ไคเปอร์สลงทำหน้าที่ไปแล้ว 3 นัดหมาย โดยแบ่งเป็นรอบแบ่งกลุ่ม 2 นัดหมาย รวมทั้งรอบ 8 ทีมท้ายที่สุดอีก 1 นัดหมาย ซึ่งในเกมนัดหมายชิงชนะเลิศนี้ ไคเปอร์สจะได้ทำหน้าที่ร่วมกับเพื่อนร่วมชาติ ซานเดอร์ ฟาน โรเกล รวมทั้ง เออร์วิน เซนสยี่ห้อ ในฐานะผู้กำกับเส้น โดยมี คาร์ลอส เดล เซร์โร ชาวประเทศสเปนเป็นผู้ตัดสินที่ 4

ตัดเกรด นักฟุตบอลทีมชาติอังกฤษ เกม เฉือน เดนมาร์ก 2-1 ทะลุชิงศึกยูโร 2020

ฟุตบอล ยูโร 2020 รอบ 4 กลุ่มในที่สุด
คืนวันพุธที่ 7 เดือนกรกฎาคม 2021

อังกฤษ 2-1 เดนมาร์ก

สนาม: เวมบลีย์ (ลอนดอน ประเทศอังกฤษ)

คะแนนนักฟุตบอล กลุ่มชาติอังกฤษ

จอร์แดน พิคฟอร์ด – 6/10
วันนี้แทบจะไม่พบบททดลองมากสักเท่าไรนัก แต่ว่ามองเห็นได้ชัดว่าวันนี้ฟอร์มหลุดไปพอสมควรโดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนที่จะต้องเล่นบอลกับพื้น รวมทั้งการออกบอลมองไม่มีความมั่นใจแล้วก็ขาดความเที่ยงตรงไปๆมาๆกอย่างยิ่งจริงๆ

จอห์น สโตนส์ – 7.5/10
เกมรับปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างแข็งแกร่งในวันนี้ มีจังหวะเข้าสะกัดรวมทั้งบล็อคลูกยิงงามๆบ่อยมาก

แฮร์รี แม็คแกว่งไกวร์ – 7.5/10
เช่นเดียวกับ สโตนส์ ที่เกมรับเล่นได้อย่างเหนื่ยวแน่น แถมยังมีโอกาสได้เพิ่มขึ้นไปโขกลุ้นทำคะแนนบ่อยมาก ครองบอลรั้งแน่น ออกบอลถูกต้องแม่นยำ ไม่มีข้อผิดพลาดให้มองเห็นเลย

ไคล์ วอล์เกอร์ – 7.5/10
เป็นอีกคนที่เด่นเป็นอย่างมากในเกมรับ แม้วันนี้จะแทบจะมิได้เพิ่มขึ้นสูง แต่ว่าการเฝ้าเกมรับทางกราบขวารวมทั้งการหุบเข้ามาช่วยกึ่งกลางทำได้อย่างไร้ที่ติเตียนในเกมวันนี้

ลุค ชอว์ – 7.5/10
มีหน้าที่ค่อนข้างจะเยอะสำหรับเพื่อการเพิ่มเกมรุก ค่อยต่อบอลติดต่อประสานงานกับเพื่อนพ้องร่วมกลุ่มทางกราบซ้าย ได้ช่องเพิ่มขึ้นลุ้นเปิดในกรอบเขตโทษสร้างช่องทางให้กลุ่มได้อยู่บ้างเช่นเดียวกัน

ดีแคลนลาน ไรซ์ – 7/10
ครึ่งแรกหน้าที่จะเน้นย้ำไปทางเกมรับด้วยการยืนต่ำพยุงคู่เซ็นเตอร์ แต่ว่าในช่วงช่วงหลังมีโอกาสเพิ่มเกมขึ้นสูงมากขึ้นช่วยต่อบอลเชื่อมเกมบริเวณกึ่งกลางสนามได้ค่อนข้างจะดี

ค้างลวิน ฟิลลิปส์ – 7/10
ช่วงครึ่งแรกหน้าที่กับเกมค่อนข้างจะน้อย แต่ว่าภายหลังที่กลุ่มพากเพียรเปิดเกมบุกก็เพียงพอจะมีหน้าที่สำหรับเพื่อการช่วยต่อบอลกับกลุ่มอยู่บ้าง เล่นค่อนข้างจะแน่ๆ เอาชัวไว้ก่อนตลอด 120 นาที

เมสัน เมานท์ – 6.5/10
มีโอกาสได้เล่นกับบอลอยู่บ้าง ค่อนเชื่อมเกมในดินแดนหน้า แต่ว่าวันนี้หน้าที่ถือว่าไม่เด่นมากสักเท่าไรนัก

5 แนวทางปกป้องตัวเองและก็ที่พักที่อาศัยให้ไม่มีอันตรายในช่วงโควิด

วันนี้  www.growsproject.com โลโก้เท่ๆ มาแนะนำวิธีการป้องกันตัวจากโควิด อย่างที่เข้าใจดีว่าเหตุการณ์ของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในประเทศไทยนั้นยังไม่คลี่คลาย ก็เลยทำให้ยังคงต้องเฝ้าระวังกันโดยตลอด

แต่ว่าโควิด-19 นั้นมิได้อันตรายแค่ติดเชื้อโรคที่เราผู้เดียว แต่ว่ายังสามารถติดตามร่างกายเราเข้าไปแพร่เชื้อให้กับคนใกล้ตัวข้างในบ้านได้อีกด้วย ก็เลยทำให้ต้องระวังตัวเป็นพิเศษ

เนื้อหานี้ก็เลยจะมาทำแนะนำ 5 แนวทางคุ้มครองหมดทั้งตัวเองแล้วก็ที่พักอาศัยให้ไม่มีอันตราย จากโควิด มาดูกันเลยว่าสามารถทำได้อย่างไรบ้าง!

คุ้มครองโควิดอย่างไรให้ไม่มีอันตรายทั้งคนอีกทั้งบ้าน
การคุ้มครองโควิดนั้นไม่ได้ทำยาก แต่ว่าควรจะมีวินัยในตัวเองค่อนข้างมากมาย อย่าลืมว่าโควิดนั้นแพร่เชื้อผ่านละอองสารคัดเลือกหลั่งในอากาศ ก็เลยสามารถติดตัวเรากลับมาที่บ้านได้ด้วย

โดยเหตุนี้ แนวทางคุ้มครองโควิดที่ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ แนะนำเพื่อไม่มีอันตรายทั้งคนอีกทั้งบ้าน สามารถทำได้ดังต่อไปนี้

1.แนวทางคุ้มครองโควิดเมื่อควรต้องออกมาจากบ้าน
แม้ว่าการงดออกมาจากบ้านจะเป็นแนวทางคุ้มครองโควิดที่ดีที่สุด แต่ว่าถ้าหากมีเหตุจำเป็นจริงๆคุณสามารถปกป้องตัวเองก่อนออกมาจากบ้านได้ดังต่อไปนี้

ใส่หน้ากากอนามัยตลอดระยะเวลา รวมถึงการเข้าใช้ห้องน้ำสาธารณะซึ่งนับเป็นเยี่ยมในสถานที่เสี่ยงอย่างเดียวกัน
งดจับจับสิ่งต่างๆนอกบ้าน ยกตัวอย่างเช่น ราวบันได ราวจับรถประจำทางสาธารณะ
งดการนำมือมาสัมผัสที่บริเวณใบหน้า กระทั่งจะล้างมือให้สะอาด
หมั่นล้างมือเสมอๆ หรือพกเจลแอลกอฮอล์เพื่อใช้ชำระล้างมือเบื้องต้นให้บ่อย
หลบหลีกการใช้บริการในพื้นที่ปิด ยกตัวอย่างเช่น ห้างสรรพสินค้า หรือในบริเวณที่มีผู้คนขวักไขว่
ถ้าหากสามารถกระทำตามนี้ได้ ก็จะสามารถคุ้มครองการสัมผัสกับเชื้อโควิดได้ในระดับหนึ่ง

2.ชำระร่างกายในทันทีเมื่อกลับไปอยู่ที่บ้าน
เมื่อกลับถึงบ้านแล้ว แนะนำให้อาบน้ำชำระร่างกายในทันที เพราะว่าอาจมีสารคัดเลือกหลั่งติดอยู่บนบริเวณอื่นของร่างกายได้เช่นเดียวกัน

ยิ่งไปกว่านี้ให้ทำเปลี่ยนเสื้อผ้าในทันที เพราะว่าแม้ว่าร่างกายจะสะอาดแล้ว แต่ว่าสารคัดเลือกหลั่งบางทีอาจติดอยู่ที่บริเวณเสื้อผ้า ควรต้องเปลี่ยนและจากนั้นจึงนำไปซักอย่างรวดเร็วที่สุด

หมายเหตุ: ควรชำระล้างกระเป๋าสตางค์ แล้วก็โทรศัพท์มือถือด้วยเช่นเดียวกัน เพราะว่าเป็นสิ่งที่ใช้มือสัมผัสบ่อยมากที่สุด

3.ทิ้งหน้ากากอนามัยให้ถูกทาง
หน้ากากอนามัยเองก็เป็นเยี่ยมในสิ่งที่ปนเปื้อนเชื้อโรคมากที่สุดภายหลังจากออกไปข้างนอก ถ้าหากทิ้งผิดแนวทาง หรือทิ้งรวมกับขยะอื่นๆบางทีอาจแปลงเป็นการแพร่เชื้อแบบอ้อมๆได้

โดยเหตุนี้ กรรมวิธีการทิ้งที่ดีที่สุดเป็นรวบรวมหน้ากากที่ใช้แล้วเอาไว้ภายในที่เดียว ยกตัวอย่างเช่น เก็บเอาไว้ภายในขวดพลาสติก ซึ่งวิธีการแบบนี้ยังเป็นการช่วยทำให้พนักงานเก็บขยะไม่เป็นอันตรายและก็ปลอดภัยจากเชื้อโควิดที่บางทีอาจติดอยู่บนหน้ากากอนามัยของเราอีกด้วย

4.ชำระล้างบริเวณที่สัมผัสบ่อยมากเสมอๆ
มือ นับเป็นอวัยวะที่มีความเสี่ยงต่อการสัมผัสกับเชื้อโควิดมากที่สุด เพื่อเป็นการคุ้มครอง ควรต้องชำระล้างบ้านในบริเวณที่สัมผัสเสมอๆ ยกตัวอย่างเช่น

สวิตช์เปิด-ปิดไฟ
ราวจับบันได
ลูกบิดประตู
สุขภัณฑ์ต่างๆด้านในห้องสุขา
หรือบริเวณอื่นๆเพิ่มอีกตามที่เห็นสมควร ยกตัวอย่างเช่น เครื่องครัวต่างๆหรือเครื่องเรือนอื่นๆที่มีการใช้ร่วมกัน

5.เปิดหน้าต่างให้อากาศระบาย แล้วก็รับแดด
เชื้อโควิดนั้นสามารถอยู่ได้นานในสถานที่ปิดที่มีอุณหภูมิต่ำ โดยเหตุนี้ การเปิดหน้าต่างให้อากาศระบายแล้วก็รับแดดก็เลยเป็นอีกหนึ่งแนวทางที่จะสามารถช่วยคุ้มครองโควิดข้างในบ้านได้ในระดับหนึ่ง

ทำยังไงถ้าหากทราบดีว่าคนใกล้ตัวติดโควิด
แนวทางคุ้มครองเมื่อทราบดีว่าคนในบ้านติดโควิด
สิ่งที่ควรทำเป็นขั้นแรกเมื่อทราบดีว่าคนในบ้านติดโควิดก็เป็น รีบไปเข้ารับการตรวจ แล้วก็ทำกักตัวในทันที

แนวทางคุ้มครองเมื่อทราบดีว่าคนในคอนโดเดียวกันติดโควิด
ถ้าหากเป็นในกรณีที่คนในคอนโดเดียวกันติดโควิด ขั้นแรกให้ทำตรวจเช็กไทม์ไลน์ของผู้ติดเชื้อโรครายนั้นว่าเข้าใช้บริการจุดไหนของคอนโดบ้าง ถ้าหากพบว่ามีการใช้งานร่วมกันให้ทำเข้าตรวจในทันที แต่ว่าหากว่าไม่มีการใช้พื้นที่ที่ใช้ร่วมกัน แนะนำให้ทำกักตัวเบื้องต้น 14 วันเพื่อเฝ้าอาการแล้วทำตรวจอีกรอบ

ถ้าหากเป็นในกรณีที่คนในห้องเดียวกันเป็นโควิด เท่ากับว่าคุณมีโอกาสสูงมากมายที่จะติดเชื้อโรคตามไปด้วย ซึ่งขั้นแรกให้ทำตรวจค้นเชื้อในทันที แล้วก็ในเวลาที่รอผลให้ทำย้ายออกมาพักนอกคอนโด หรือจ้างบริษัทชำระล้างเข้ามาฆ่าเชื้อด้านในห้องก่อน เพราะว่าอาจมีเชื้อหลงเหลืออยู่ได้

ภายหลังที่ผู้ป่วยได้เข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลแล้ว ให้ชำระล้างข้างในบ้าน รวมถึงซักเครื่องแต่งกายของผู้ป่วยด้วยเช่นเดียวกัน โดยระหว่างแนวทางการทำความสะอาดห้ามถอดหน้ากากอนามัย หรือใช้มือสัมผัสบริเวณใบหน้าเด็ดขาด! หรือทำจ้างบริษัทรับจ้างชำระล้าง แล้วก็ฆ่าเชื้อก็ได้เช่นเดียวกัน

ทำธุรกรรมออนไลน์ ผ่านแอปฯ ต่างๆ
เพราะว่าการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ควรต้องงดการออกจากบ้านให้มากที่สุด แต่ว่าถ้าหากต้องการติดต่อทำธุรกรรมต่างๆเราขอแนะนำให้ทำผ่านแอปพลิเคชัน ถ้าเกิดทำได้