แรงนะเนี่ย! “กูร์กตัวส์” หลุดปากลั่น “มาร์กซิยัล” ถือเป็นลำแข้งดังหรอ?

ติโบต์ กูร์กตัวส์ ผู้เฝ้าประตูกลุ่มชาติเบลเยียมของ เรอัล มาดริด สมาพันธ์ยักษ์ใหญ่แห่งลาลีกา สเปน หลุดถามถึง อ็องโตนี มาร์กซิยัล แผงหน้าแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ว่านับเป็นนักฟุตบอลระดับสตาร์เหรอ? ระหว่างการคุยในรายการ Pickx กับ แยน แฟร์เกน กองหลังเพื่อนร่วมชาติ

โดยในรายการ เราร์กตัวส์ถูกแฟร์เกนถามคำถามว่า “ให้เลือกนักฟุตบอลระดับสตาร์ 3 คน ที่ไม่ได้ลงเล่นในยูโรครั้งนี้” ซึ่งเราร์กตัวส์ก็ตอบว่า “เซร์คิโอ รามอส และ เอ่อ.. เอ่อ..” ก่อนที่เขาจะหัวเราะในเชิงยอมแพ้เนื่องจากว่าคิดชื่อเพิ่มไม่ออก

ทำให้แฟร์ทองเกนเฉลยคำตอบ โดยลิสต์รายนามนักฟุตบอลให้ฟัง ไล่ตั้งแต่ เออร์ลิง ฮาลันด์, อ็องโตนี มาร์กซิยัล, มาร์ก-อังเดร แทร์ สเตเกน, เวอร์จิล ฟาน ไดค์, นิโกโล ซานิโอโล, มอยเซ คีน, เอดิน เซโก, แยน โอบลัก, มิราเลม ปานิช..

แล้วต่อจากนั้นมือกาววัย 29 ปี ได้พูดขึ้นว่า “มาร์กซิยัลเหรอ? เขาเป็นนักฟุตบอลดังเหรอ?” แล้วแล้วต่อจากนั้นอีกทั้งเราร์กตัวส์และแฟร์เกนก็หัวเราะพร้อมเบาๆ

เดือดก่อนชิงดำ! “เนย์มาร์” ของขึ้นไล่พวกแซมบ้าปันหัวใจไปตายซะ

โหมโรงก่อนศึกโคปา อเมริกา 2021 นัดหมายชิงแชมป์ ที่ตระเตรียมฟาดแข้งกันตอนเช้าวันอาทิตย์ที่ 11 ก.ค. 2564 เวลา 07.00 น. ตามเวลาของไทย

อย่างที่แฟนบอลทราบกันอยู่แล้ว ปีนี้เป็นการแข่งขันระหว่างคู่ชิงในฝัน คู่รักคู่แค้นชั่วกัลปวสานอย่าง เจ้าภาพ ทีมชาติบราซิล พบกับ ทีมชาติอาร์เจนตินา

ล่าสุด เนย์มาร์ ซูเปอร์สตาร์ทีมชาติบราซิล ออกโรงจวกแฟนบอลเพื่อนร่วมชาติ ข้างหลังมีกระแสไม่น้อยที่ออกมาหนุนกองทัพฟ้าขาวให้ได้แชมป์โคขว้าง อเมริกา โดยเหตุผลเพราะว่าเป็นสาวกของ ลิโอเนล เมสซี ตัวรุกจากบาร์เซโลนานั่นเอง

สำหรับจุดเริ่มต้นเรื่องราวดังกล่าวข้างต้นนี้ เกิดขึ้นเมื่อ ฟาบิโอลา อันดราเด ผู้สื่อข่าวหญิงสายกีฬาของบราซิล ออกมาแสดงจุดยืนว่าต้องการที่จะให้เมสซีได้แชมป์รายการนี้เป็นครั้งแรกในชีวิต โดยเธอได้โพสต์ว่า

“ก่อนที่จะเอาหินมาขว้างใส่ฉันในที่สาธารณะ ฟังฉันอธิบายก่อน ฉันรักบราซิล ฉันรักแวดวงบอลบราซิเลียน ใช่ ฉันมีเพื่อนชาวอาร์เจนไตน์คนไม่ใช่น้อย แต่ฉันไม่ได้เชียร์อาร์เจนตินา ในเกมนัดหมายชิงโคขว้าง อเมริกา ฉันก็จะไม่เชียร์พวกเขา ไม่เลย แต่ฉันเชียร์เพราะว่าฉันรักบอล และ ลิโอ เมสซี @leomessi ชายคนนี้จำต้องได้แชมป์ในสีเสื้อทีมชาติของเขา! มันเป็นเรื่องที่ชอบธรรม!”

ภายหลังโพสต์ของผู้รายงานข่าวสาวดังกล่าวข้างต้นได้เผยแพร่ออกไป ปรากฎว่ามีคนรักบอลไม่น้อยล้วนเชื่อฟังข้อคิดเห็นของอันดราเด ซึ่งดูเหมือนจะทั้งหมดก็บอกเหตุผลคล้ายกันโน่นเป็น ชื่นชมในฝีเท้าของตัวรุกจากชาติคู่รักคู่แค้น และต้องการที่จะให้สมหวังเสียรู้ในวัย 34 ปี ทั้งแฟนบอลบราซิลยังขุ่นเคืองจากความไม่ประสบผลสำเร็จของกองทัพแซมบ้าชุดนี้มาจากบอลโลก 2018 ด้วยทำให้ล่าสุด เนย์มาร์ ถึงกับอดรนทนไม่ได้ ออกมาโพสต์ลงไอจีสตอรีในหัวข้อนี้ยาวว่า

“ผมเป็นคนบราซิล เป็นด้วยความรักอย่างเต็มองอาจภาคภูมิ ความฝันของผมตลอดชาติเป็นการได้เล่นให้ทีมชาติและได้ฟังแฟนบอลแผดเสียงร้องช่วยเหลือ”

“ผมไม่เคยโจมตีหรือคิดจะโจมตีบราซิล เวลาพวกเขาแข่งขันใดๆ ไม่ว่าจะเป็นกีฬา, ประกวดนางงาม หรือออสการ์”

“ถ้าสิ่งนั้นเป็นบราซิล เพราะว่าผมเป็นคนบราซิล และไม่ว่าใครก็ตามที่เป็นคนบราซิล ส่วนคนบราซิลที่มองเห็นต่างออกไป ก็ช่างเถอะนะ ผมให้ความเคารพ แต่ไปตกนรกซะเถิด”

สำหรับ เนย์มาร์ ทำไปแล้ว 2 ประตูให้บราซิลในทัวร์นาเมนต์นี้ นัดหมายที่พบ ทีมชาติเวเนซุเอลา และ ทีมชาติเปรู ใน 2 เกมแรกของรายการ จากนั้นเขายิงไม่ได้อีกเลย แต่บราซิลก็ยังเข้มแข็งพอที่จะผ่านเข้ามาถึงนัดหมายชิงแชมป์

โดยนัดหมายนี้จะเป็นครั้งแรกตั้งแต่แมื่อปี 2007 ด้วย ที่บราซิลจะได้ประจันหน้ากับอาร์เจนตินาในรอบชิงแชมป์ ก่อนหน้านี้บราซิลเคยเป็นแชมป์ 9 ยุค ส่วนอาร์เจนตินาเป็นแชมป์ 14 ยุค และมีลุ้นทาบสถิติสูงสุด 15 ยุคของอุรุกวัยในวันพรุ่งนี้

เบื้องหลังเหตุการณ์อีริคเซ่น เมื่อการเสียชีวิตของโฟเอ้ ช่วยเซฟชีวิตเพื่อนร่วมอาชีพรุ่นหลัง

วินาทีที่ คริสเตียน อีริคเซ่น หมดสติและล้มลงสู่พื้น และจำต้องได้รับการปฐมพยาบาลอย่างเร่งด่วน อาจก่อให้ภาพสถานะการณ์การสิ้นไปในอดีต ถอยกลับเข้ามาในความนึกคิดของเหล่าแฟนบอล

มาร์ก-วิเวียน โฟเอ้ อาจจะเป็นเคสแรกๆที่หลายท่านจดจำได้ดี ภาพที่เขาหมดสติล้มลงกึ่งกลางสนามแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย จนถึงจำต้องถูกแบกออกไปดูแลรักษาพยาบาลเบื้องต้นข้างสนาม แต่ว่าท้ายที่สุดก็ไม่อาจช่วยชีวิตของเขาเอาไว้ได้สำเร็จ จนถึงการสิ้นไปดังที่กล่าวผ่านมาแล้ว เปลี่ยนมาเป็นรอยด่างด่างปฏิบัติงานแข่งขัน ฟีฟ่า คอนเฟเดอเรชั่นส์ คัพ 2003

แต่ว่าการสูญเสียในตอนนั้น ก็ได้แผ้วถางทางสู่อนาคตสำหรับการช่วยชีวิตนักฟุตบอลในสนาม

แข็งขนาดไหนก็ล้มได้

ถึงแม้นักฟุตบอลอาชีพ จะเป็นกลุ่มของผู้คนที่มีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรงดี วิ่งเต็มดูดได้ตลอดทั้ง 90 นาทีที่อยู่ในสนาม แต่มีผู้เล่นมากกว่า 100 คน ที่เคยล้มลงกึ่งกลางสนาม ซึ่งมากกว่าครึ่งนั้น ไม่ได้โชคดีเหมือนกับมิดฟิลด์ของดินแดนโคนมรายนี้

หนึ่งในเรื่องที่หลายท่านจดจำได้ดี คือรายของ มาร์ก-วิเวียน โฟเอ้ มิดฟิลด์ตัวรับวัย 28 ปี ของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่ร่วมกองทัพกลุ่มชาติแคเมอรูน ลงเตะใน ฟีฟ่า คอนเฟเดอเรชั่นส์ คัพ 2003 ที่ประเทศฝรั่งเศส
โฟเอ้ ลงเล่นในแมตช์ที่ แคเมอรูน เอาชนะ บราซิล กับ ตุรกี ไปได้ในรอบแบ่งกลุ่ม ก่อนจะได้พักในเกมที่เจอกับ สหรัฐอเมริกา และกลับมาเป็น 11 ตัวจริงในรอบรองชนะเลิศ ซึ่งจำต้องประจันหน้ากับ โคลอมเบีย ที่สนาม สตาด เดอ แฌร์ล็อง เมืองลียง

แมตช์ดังที่กล่าวผ่านมาแล้วดำเนินมาถึงนาทีที่ 72 อยู่ๆโฟเอ้ ก็ล้มลงกึ่งกลางสนามแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย โดยไม่มีผู้ใดอยู่รอบข้างตัวเขาเลย

ผู้ตัดสินเป่าหยุดเกม และเรียกให้กลุ่มหมอเข้ามาดูแลรักษาพยาบาลเบื้องต้นเขาในสนาม ก่อนที่เขาจะถูกแบกออกมาปั๊มหัวใจที่ข้างสนาม แล้วส่งไปรับการดูแลและรักษาที่ศูนย์การแพทย์ของ สตาด เดอ แฌร์ล็อง แต่ทว่าข้างหลังบากบั่นกู้ชีพอยู่เป็นเวลายาวนานกว่า 45 นาทีก็ไม่เป็นผล เขาเสียชีวิตลงต่อจากนั้น

วินฟรีด เชเฟอร์ ผู้จัดการทีมชาติ แคเมอรูน ณ ในตอนนั้น เผยออกมาว่าเขาปรารถนาสลับตัว โฟเอ้ ออกจากสนามก่อนหน้านั้น เพราะเหตุว่าหมดทั้งตัวเขาและกลุ่มหมอ มีความเห็นว่ากองกลางรายนี้มีลักษณะล้า และเขยื้อนได้ช้าลง แต่ว่าเจ้าตัวยังปรารถนาเล่นต่อ เพื่อช่วยให้กลุ่มชาติของเขาไปสู่รอบชิงแชมป์ให้ได้

แมรี่-หฝ่าส์ โฟเอ้ ภรรยาของจอมบุกรายนี้ กล่าวว่ามิดฟิลด์จาก แมนฯ ซิตี้ มีลักษณะท้องเดินมา 2-3 วันแล้ว และก็มีปัญหากับกระเพาะอาหารของเขาด้วย แต่ว่าเจ้าตัวยังคงยืนยันที่จะลงเล่นให้กับกลุ่มต่อ โฟเอ้ เสียชีวิตต่อหน้าต่อตาภรรยาของเขา ที่เข้ามารับชมเกมข้างสนามในนัดหมายนั้น

ผลการชันสูตรพลิกศพของกองกลางรายนี้ พบว่าเขาเสียชีวิตด้วยอาการกล้ามเนื้อหัวใจหนา หรือ Hypertrophic Cardiomyopathy ซึ่งโรคดังที่กล่าวผ่านมาแล้วมีโอกาสเกิดขึ้นกับทุก 1 ใน 500 คนทั้งโลก พบได้มากได้บ่อยในคนที่มีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง และเป็นสาเหตุการตายอันดับ 1 ของผู้มีอายุน้อยกว่า 35 ปี

ใจความสำคัญก็คือ โฟเอ้ มีโอกาสรอดตายด้วยซ้ำ ถ้าเกิดได้รับการปฐมพยาบาลที่ถูกอย่างทันตามเวลา แต่ว่าในตอนนั้น แทบไม่มีผู้ใดคาดหมายว่านักบอลที่มีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรงอย่างงี้ อยู่ดีๆจะล้มครืน จนถึงขั้นเสียชีวิต

โน่นจึงทำให้ ฟีฟ่า ตกลงใจยกเครื่องด้านการแพทย์ใหม่ทั้งปวง เพื่อไม่ให้สถานะการณ์ดังที่กล่าวผ่านมาแล้วเกิดขึ้นซ้ำอีกครั้ง

ชีวิตจำต้องมาก่อน

ภายหลังเคสของโฟเอ้ สิ่งแรกที่ถูกนำมาเอ่ยถึง คืออาการหัวใจหยุดเต้นทันควัน หรือเรียกแบบย่อว่า SCA (Sudden Cardiac Arrest) ที่สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน ทุกเมื่อ และทุกหนแห่ง โดยไม่แบ่งแยกว่าคุณจะมีสุขภาพที่แข็งแรงขนาดไหนก็ตาม
ฟีฟ่า ปรารถนาค้ำประกันว่าผู้เกี่ยวข้องกับวงการบอลจำต้องรู้เรื่องใจความสำคัญดังที่กล่าวผ่านมาแล้ว โดยเฉพาะกับข้าราชการหมอ ที่จำต้องเข้ารับการฝึกอบรมขั้นตอนสำหรับการช่วยชีวิต ถ้าเกิดเจอผู้เล่น หรือผู้ตัดสินเผชิญอาการ SCA ขึ้น

ถ้าเกิดผู้เล่นล้มลงไปกับพื้น โดยไม่มีการเผชิญหน้ากับผู้เล่นรายอื่น และไม่ตอบสนองหรือหมดสติไป กลุ่มหมอสามารถวิ่งลงไปช่วยเหลือได้ในทันที โดยไม่ต้องรอคอยผู้ตัดสินเป่านกหวีดอนุญาต

เพราะเหตุว่าพวกเขาอาจมีเวลาเพียงแค่ 2 นาที หลังจากที่นักฟุตบอลล้มลงไป ที่จะจำต้องปั๊มหัวใจเพื่อทำ CPR และใช้เครื่อง AED นำกระแสไฟฟ้าไปกระตุ้นหัวใจให้เต้นตามจังหวะปกติ เพราะเหตุว่ายิ่งผ่านเวลาไปนานเท่าไร จังหวะสำหรับการรอดตายก็ยิ่งมัวลงไป

ในกรณีของ โฟเอ้ ไม่มีผู้ใดทำ CPR ให้เขาเลย หากแม้เขาจะหมดสติไปเป็นเวลายาวนานกว่า 6 นาทีแล้ว หากแม้เจ้าตัวจะมีลักษณะตาโพลง และไม่ตอบสนองก็ตาม อาจเพราะเหตุว่าแทบไม่เคยปรากฏเลยว่ามีกรณีที่นักฟุตบอลเกิดหัวใจหยุดเต้นทันควัน ระหว่างกำลังลงเล่นอยู่ในสนาม

แต่ว่าโน่นก็ทำให้กลุ่มหมอ ผู้ตัดสิน สตาฟ และผู้เล่นต่างๆได้รู้จักกับความเสี่ยงที่อาจย่างกรายมาหาพวกเขาได้ทุกเมื่อ ทำให้หลายทีมเริ่มมีการเตรียมพร้อมมากยิ่งขึ้น ด้วยเครื่องใช้ไม้สอยหมอที่พร้อมกว่าเดิม รวมถึงกำหนดให้เครื่อง AED ควรจะมีประจำอยู่ทุกสนาม ไม่ว่าจะเป็นระหว่างแมตช์แข่งขันจริง หรือระหว่างการฝึกหัดก็ตาม

ในปี 2006 ฟีฟ่า ได้เพิ่มมาตรการตรวจเช็คร่างกายของนักฟุตบอลทุกคนก่อนเริ่มเกม เพื่อตรวจดูความผิดปกติของหัวใจ ถึงแม้พวกเขาไม่อาจตรวจพบทุกความผิดปกติได้อย่างสมบูรณ์แบบ แต่ว่าก็เพียงพอที่จะคัดกรองความพร้อมเพรียงของผู้เล่นในระดับหนึ่ง
และในปีเดียวกันนั้น ทางพรีเมียร์ลีก ก็ได้ยกระดับด้านการแพทย์ขึ้นไปอีกขั้น ข้างหลัง ปีเตอร์ เช็ค ผู้เฝ้าประตูของ เชลซี ได้รับบาดเจ็บกะโหลกศีรษะร้าว จากการเผชิญหน้ากับเข่าของ สตีเฟ่น ฮันต์ จนถึงขั้นหมดสติ และจำต้องนอนรอคอยรถพยาบาลในห้องแต่งตัวนานถึงครึ่งชั่วโมง

รวยสุดในวงการ! สื่อเผยอาชีพหลักของ “ไคเปอร์ส” เปานัดชิงฯยูโร 2020

เดลี เมล สื่อดังของอังกฤษรายงานว่า บียอร์น ไคเปอร์ส (Bjorn Kuipers) ผู้ตัดสินจากเนเธอร์แลนด์ที่จะลงทำหน้าที่ในนัดหมายชิงดำยูโร 2020 วันอาทิตย์นี้ เป็นกรรมการลูกหนังที่มีฐานะมั่งคั่งที่สุดในโลก

สื่อดังกล่าวข้างต้นบอกว่า ท่านเปาชาวฮอลล์แลนด์มีทรัพย์สินส่วนตัวมูลค่าราว 11.5 ล้านปอนด์ (ราว 520 ล้านบาท) เมื่อปี 2016 โดยเจ้าตัวเป็นผู้ร่วมจัดตั้งซูเปอร์มาร์เก็ตที่มีชื่อว่า จัมโบ (Jumbo) ในดินแดนกังหันลม ข้างหลังมีดีกรีปริญญาตรีด้านการบริหารธุรกิจ ตั้งแต่สมัยหนุ่มแน่นจากมหาวิทยาลัยรัดเบาด์ ในเมืองไนจ์เมเกน

 

ไคเปอร์ส วัย 48 ปี เริ่มต้นอาชีพเชิ้ตดำลูกหนังตั้งแต่ปี 2002 ก่อนขึ้นชั้นเป็นผู้ตัดสินระดับแถวหน้าของยูฟาตั้งแต่ปี 2009 โดยผ่านการลงวินิจฉัยในบอลโลก รอบท้ายที่สุด มาแล้ว 2 สมัย รวมทั้งศึกยูโร รอบท้ายที่สุดอีก 3 สมัย ซึ่งแรงบันดาลใจในอาชีพนี้ของเจ้าตัวเป็นป๋า ที่เคยเป็นผู้ตัดสินบอลในระดับครึ่งหนึ่งอาชีพนั่นเอง

สำหรับ นัดหมายชิงชนะเลิศยูโร 2020 ระหว่าง ทีมชาติอังกฤษ พบ ทีมชาติอิตาลี นี้จะนับว่าเป็นอีกเกมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตของไคเปอร์ส ข้างหลังเคยวินิจฉัยนัดหมายชิงชนะเลิศเกมระดับสมาพันธ์ในถ้วย ยูฟา แชมเปียนส์ ลีก (2017) รวมทั้ง ยูฟา ยูโรปา ลีก (2013, 2018) มาแล้ว

 

ส่วนในศึกยูโรครั้งนี้ ไคเปอร์สลงทำหน้าที่ไปแล้ว 3 นัดหมาย โดยแบ่งเป็นรอบแบ่งกลุ่ม 2 นัดหมาย รวมทั้งรอบ 8 ทีมท้ายที่สุดอีก 1 นัดหมาย ซึ่งในเกมนัดหมายชิงชนะเลิศนี้ ไคเปอร์สจะได้ทำหน้าที่ร่วมกับเพื่อนร่วมชาติ ซานเดอร์ ฟาน โรเกล รวมทั้ง เออร์วิน เซนสยี่ห้อ ในฐานะผู้กำกับเส้น โดยมี คาร์ลอส เดล เซร์โร ชาวประเทศสเปนเป็นผู้ตัดสินที่ 4

ตัดเกรด นักฟุตบอลทีมชาติอังกฤษ เกม เฉือน เดนมาร์ก 2-1 ทะลุชิงศึกยูโร 2020

ฟุตบอล ยูโร 2020 รอบ 4 กลุ่มในที่สุด
คืนวันพุธที่ 7 เดือนกรกฎาคม 2021

อังกฤษ 2-1 เดนมาร์ก

สนาม: เวมบลีย์ (ลอนดอน ประเทศอังกฤษ)

คะแนนนักฟุตบอล กลุ่มชาติอังกฤษ

จอร์แดน พิคฟอร์ด – 6/10
วันนี้แทบจะไม่พบบททดลองมากสักเท่าไรนัก แต่ว่ามองเห็นได้ชัดว่าวันนี้ฟอร์มหลุดไปพอสมควรโดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนที่จะต้องเล่นบอลกับพื้น รวมทั้งการออกบอลมองไม่มีความมั่นใจแล้วก็ขาดความเที่ยงตรงไปๆมาๆกอย่างยิ่งจริงๆ

จอห์น สโตนส์ – 7.5/10
เกมรับปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างแข็งแกร่งในวันนี้ มีจังหวะเข้าสะกัดรวมทั้งบล็อคลูกยิงงามๆบ่อยมาก

แฮร์รี แม็คแกว่งไกวร์ – 7.5/10
เช่นเดียวกับ สโตนส์ ที่เกมรับเล่นได้อย่างเหนื่ยวแน่น แถมยังมีโอกาสได้เพิ่มขึ้นไปโขกลุ้นทำคะแนนบ่อยมาก ครองบอลรั้งแน่น ออกบอลถูกต้องแม่นยำ ไม่มีข้อผิดพลาดให้มองเห็นเลย

ไคล์ วอล์เกอร์ – 7.5/10
เป็นอีกคนที่เด่นเป็นอย่างมากในเกมรับ แม้วันนี้จะแทบจะมิได้เพิ่มขึ้นสูง แต่ว่าการเฝ้าเกมรับทางกราบขวารวมทั้งการหุบเข้ามาช่วยกึ่งกลางทำได้อย่างไร้ที่ติเตียนในเกมวันนี้

ลุค ชอว์ – 7.5/10
มีหน้าที่ค่อนข้างจะเยอะสำหรับเพื่อการเพิ่มเกมรุก ค่อยต่อบอลติดต่อประสานงานกับเพื่อนพ้องร่วมกลุ่มทางกราบซ้าย ได้ช่องเพิ่มขึ้นลุ้นเปิดในกรอบเขตโทษสร้างช่องทางให้กลุ่มได้อยู่บ้างเช่นเดียวกัน

ดีแคลนลาน ไรซ์ – 7/10
ครึ่งแรกหน้าที่จะเน้นย้ำไปทางเกมรับด้วยการยืนต่ำพยุงคู่เซ็นเตอร์ แต่ว่าในช่วงช่วงหลังมีโอกาสเพิ่มเกมขึ้นสูงมากขึ้นช่วยต่อบอลเชื่อมเกมบริเวณกึ่งกลางสนามได้ค่อนข้างจะดี

ค้างลวิน ฟิลลิปส์ – 7/10
ช่วงครึ่งแรกหน้าที่กับเกมค่อนข้างจะน้อย แต่ว่าภายหลังที่กลุ่มพากเพียรเปิดเกมบุกก็เพียงพอจะมีหน้าที่สำหรับเพื่อการช่วยต่อบอลกับกลุ่มอยู่บ้าง เล่นค่อนข้างจะแน่ๆ เอาชัวไว้ก่อนตลอด 120 นาที

เมสัน เมานท์ – 6.5/10
มีโอกาสได้เล่นกับบอลอยู่บ้าง ค่อนเชื่อมเกมในดินแดนหน้า แต่ว่าวันนี้หน้าที่ถือว่าไม่เด่นมากสักเท่าไรนัก

5 แนวทางปกป้องตัวเองและก็ที่พักที่อาศัยให้ไม่มีอันตรายในช่วงโควิด

วันนี้  www.growsproject.com โลโก้เท่ๆ มาแนะนำวิธีการป้องกันตัวจากโควิด อย่างที่เข้าใจดีว่าเหตุการณ์ของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในประเทศไทยนั้นยังไม่คลี่คลาย ก็เลยทำให้ยังคงต้องเฝ้าระวังกันโดยตลอด

แต่ว่าโควิด-19 นั้นมิได้อันตรายแค่ติดเชื้อโรคที่เราผู้เดียว แต่ว่ายังสามารถติดตามร่างกายเราเข้าไปแพร่เชื้อให้กับคนใกล้ตัวข้างในบ้านได้อีกด้วย ก็เลยทำให้ต้องระวังตัวเป็นพิเศษ

เนื้อหานี้ก็เลยจะมาทำแนะนำ 5 แนวทางคุ้มครองหมดทั้งตัวเองแล้วก็ที่พักอาศัยให้ไม่มีอันตราย จากโควิด มาดูกันเลยว่าสามารถทำได้อย่างไรบ้าง!

คุ้มครองโควิดอย่างไรให้ไม่มีอันตรายทั้งคนอีกทั้งบ้าน
การคุ้มครองโควิดนั้นไม่ได้ทำยาก แต่ว่าควรจะมีวินัยในตัวเองค่อนข้างมากมาย อย่าลืมว่าโควิดนั้นแพร่เชื้อผ่านละอองสารคัดเลือกหลั่งในอากาศ ก็เลยสามารถติดตัวเรากลับมาที่บ้านได้ด้วย

โดยเหตุนี้ แนวทางคุ้มครองโควิดที่ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ แนะนำเพื่อไม่มีอันตรายทั้งคนอีกทั้งบ้าน สามารถทำได้ดังต่อไปนี้

1.แนวทางคุ้มครองโควิดเมื่อควรต้องออกมาจากบ้าน
แม้ว่าการงดออกมาจากบ้านจะเป็นแนวทางคุ้มครองโควิดที่ดีที่สุด แต่ว่าถ้าหากมีเหตุจำเป็นจริงๆคุณสามารถปกป้องตัวเองก่อนออกมาจากบ้านได้ดังต่อไปนี้

ใส่หน้ากากอนามัยตลอดระยะเวลา รวมถึงการเข้าใช้ห้องน้ำสาธารณะซึ่งนับเป็นเยี่ยมในสถานที่เสี่ยงอย่างเดียวกัน
งดจับจับสิ่งต่างๆนอกบ้าน ยกตัวอย่างเช่น ราวบันได ราวจับรถประจำทางสาธารณะ
งดการนำมือมาสัมผัสที่บริเวณใบหน้า กระทั่งจะล้างมือให้สะอาด
หมั่นล้างมือเสมอๆ หรือพกเจลแอลกอฮอล์เพื่อใช้ชำระล้างมือเบื้องต้นให้บ่อย
หลบหลีกการใช้บริการในพื้นที่ปิด ยกตัวอย่างเช่น ห้างสรรพสินค้า หรือในบริเวณที่มีผู้คนขวักไขว่
ถ้าหากสามารถกระทำตามนี้ได้ ก็จะสามารถคุ้มครองการสัมผัสกับเชื้อโควิดได้ในระดับหนึ่ง

2.ชำระร่างกายในทันทีเมื่อกลับไปอยู่ที่บ้าน
เมื่อกลับถึงบ้านแล้ว แนะนำให้อาบน้ำชำระร่างกายในทันที เพราะว่าอาจมีสารคัดเลือกหลั่งติดอยู่บนบริเวณอื่นของร่างกายได้เช่นเดียวกัน

ยิ่งไปกว่านี้ให้ทำเปลี่ยนเสื้อผ้าในทันที เพราะว่าแม้ว่าร่างกายจะสะอาดแล้ว แต่ว่าสารคัดเลือกหลั่งบางทีอาจติดอยู่ที่บริเวณเสื้อผ้า ควรต้องเปลี่ยนและจากนั้นจึงนำไปซักอย่างรวดเร็วที่สุด

หมายเหตุ: ควรชำระล้างกระเป๋าสตางค์ แล้วก็โทรศัพท์มือถือด้วยเช่นเดียวกัน เพราะว่าเป็นสิ่งที่ใช้มือสัมผัสบ่อยมากที่สุด

3.ทิ้งหน้ากากอนามัยให้ถูกทาง
หน้ากากอนามัยเองก็เป็นเยี่ยมในสิ่งที่ปนเปื้อนเชื้อโรคมากที่สุดภายหลังจากออกไปข้างนอก ถ้าหากทิ้งผิดแนวทาง หรือทิ้งรวมกับขยะอื่นๆบางทีอาจแปลงเป็นการแพร่เชื้อแบบอ้อมๆได้

โดยเหตุนี้ กรรมวิธีการทิ้งที่ดีที่สุดเป็นรวบรวมหน้ากากที่ใช้แล้วเอาไว้ภายในที่เดียว ยกตัวอย่างเช่น เก็บเอาไว้ภายในขวดพลาสติก ซึ่งวิธีการแบบนี้ยังเป็นการช่วยทำให้พนักงานเก็บขยะไม่เป็นอันตรายและก็ปลอดภัยจากเชื้อโควิดที่บางทีอาจติดอยู่บนหน้ากากอนามัยของเราอีกด้วย

4.ชำระล้างบริเวณที่สัมผัสบ่อยมากเสมอๆ
มือ นับเป็นอวัยวะที่มีความเสี่ยงต่อการสัมผัสกับเชื้อโควิดมากที่สุด เพื่อเป็นการคุ้มครอง ควรต้องชำระล้างบ้านในบริเวณที่สัมผัสเสมอๆ ยกตัวอย่างเช่น

สวิตช์เปิด-ปิดไฟ
ราวจับบันได
ลูกบิดประตู
สุขภัณฑ์ต่างๆด้านในห้องสุขา
หรือบริเวณอื่นๆเพิ่มอีกตามที่เห็นสมควร ยกตัวอย่างเช่น เครื่องครัวต่างๆหรือเครื่องเรือนอื่นๆที่มีการใช้ร่วมกัน

5.เปิดหน้าต่างให้อากาศระบาย แล้วก็รับแดด
เชื้อโควิดนั้นสามารถอยู่ได้นานในสถานที่ปิดที่มีอุณหภูมิต่ำ โดยเหตุนี้ การเปิดหน้าต่างให้อากาศระบายแล้วก็รับแดดก็เลยเป็นอีกหนึ่งแนวทางที่จะสามารถช่วยคุ้มครองโควิดข้างในบ้านได้ในระดับหนึ่ง

ทำยังไงถ้าหากทราบดีว่าคนใกล้ตัวติดโควิด
แนวทางคุ้มครองเมื่อทราบดีว่าคนในบ้านติดโควิด
สิ่งที่ควรทำเป็นขั้นแรกเมื่อทราบดีว่าคนในบ้านติดโควิดก็เป็น รีบไปเข้ารับการตรวจ แล้วก็ทำกักตัวในทันที

แนวทางคุ้มครองเมื่อทราบดีว่าคนในคอนโดเดียวกันติดโควิด
ถ้าหากเป็นในกรณีที่คนในคอนโดเดียวกันติดโควิด ขั้นแรกให้ทำตรวจเช็กไทม์ไลน์ของผู้ติดเชื้อโรครายนั้นว่าเข้าใช้บริการจุดไหนของคอนโดบ้าง ถ้าหากพบว่ามีการใช้งานร่วมกันให้ทำเข้าตรวจในทันที แต่ว่าหากว่าไม่มีการใช้พื้นที่ที่ใช้ร่วมกัน แนะนำให้ทำกักตัวเบื้องต้น 14 วันเพื่อเฝ้าอาการแล้วทำตรวจอีกรอบ

ถ้าหากเป็นในกรณีที่คนในห้องเดียวกันเป็นโควิด เท่ากับว่าคุณมีโอกาสสูงมากมายที่จะติดเชื้อโรคตามไปด้วย ซึ่งขั้นแรกให้ทำตรวจค้นเชื้อในทันที แล้วก็ในเวลาที่รอผลให้ทำย้ายออกมาพักนอกคอนโด หรือจ้างบริษัทชำระล้างเข้ามาฆ่าเชื้อด้านในห้องก่อน เพราะว่าอาจมีเชื้อหลงเหลืออยู่ได้

ภายหลังที่ผู้ป่วยได้เข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลแล้ว ให้ชำระล้างข้างในบ้าน รวมถึงซักเครื่องแต่งกายของผู้ป่วยด้วยเช่นเดียวกัน โดยระหว่างแนวทางการทำความสะอาดห้ามถอดหน้ากากอนามัย หรือใช้มือสัมผัสบริเวณใบหน้าเด็ดขาด! หรือทำจ้างบริษัทรับจ้างชำระล้าง แล้วก็ฆ่าเชื้อก็ได้เช่นเดียวกัน

ทำธุรกรรมออนไลน์ ผ่านแอปฯ ต่างๆ
เพราะว่าการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ควรต้องงดการออกจากบ้านให้มากที่สุด แต่ว่าถ้าหากต้องการติดต่อทำธุรกรรมต่างๆเราขอแนะนำให้ทำผ่านแอปพลิเคชัน ถ้าเกิดทำได้

จำผมไม่ได้เหรอ? “โบนุชชี่” ถึงกับเหวอ “การ์ดสนาม” ไม่ให้กลับเข้าสนาม

แปลงเป็นคลิปเรียกรอยยิ้มทันทีกับจังหวะข้างหลังเกมที่ กลุ่มชาติอิตาลี เป็นฝ่ายเอาชนะ กลุ่มชาติสเปน ในการดวลจุดลูกโทษ 4-2 ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ ในการแข่งขัน ฟุตบอลยูโร 2020 เสร็จ เมื่อคืนวันอังคารที่ 6 เดือนกรกฎาคม ก่อนหน้าที่ผ่านมา

โดยข้างหลังเกมจบลง บรรดานักฟุตบอลอิตาลี ได้รวมตัวกันวิ่งไปสังสรรค์กับแฟนบอลรอบๆข้างหลังประตู แต่ในรายของ เลโอนาร์โด้ โบนุชชี่ ปราการหลังรุ่นเก๋าของกลุ่มเก็บอารมณ์ไม่อยู่ได้วิ่งออกไปต่างประเทศสนามเพื่อเฮกับแฟนบอลบนอัฒจันทร์

ซึ่งข้างหลังเจ้าตัวสังสรรค์กับแฟนๆเสร็จ ปราการหลังวัย 34 ปี จะเดินกลับเข้าสนามอีกรอบ แต่เจ้าหน้าที่สนามกลับจำเขามิได้เพราะเหตุว่าคิดว่าเป็นแฟนบอลที่กระโดดลงมาร่วมสังสรรค์ด้วย ทำให้เจ้าตัวถึงกับงงเต็กทีเดียว ก่อนที่เจ้าตัวจะชี้แจงแล้วก็เดินกลับสู่สนามได้อีกรอบ

สำหรับ “กองทัพอัซซูร์ปรี่” สามารถทะลุผ่านไปชิงชนะเลิศ ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป ได้เป็นสมัยที่ 4 โดยจะเข้าไปคอยเจอกับผู้ชนะระหว่าง อังกฤษ กับ เดนมาร์ก ที่จะลงทำแข่งขันกันในคืนวันนี้

ขอพักเรื่องบอล! “โรนัลโด้” พาครอบครัวล่องเรือยอร์ชลำใหม่ราคา 245 ล้าน

คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ดาวยิงกัปตันกลุ่มชาติประเทศโปรตุเกส ที่จบภารกิจสำหรับการชิงชัยบอล ยูโร 2020 ข้างหลังชาติภูมิลำเนาของตนเองเป็นข้างแพ้ให้กับ เบลเยียม 0-1 จอดป้ายสำหรับการชิงชัยเพียงรอบ 16 กลุ่มท้ายที่สุด เมื่ออาทิตย์ก่อนหน้านี้

ล่าสุด จอมบุกซุปตาร์วัย 36 ปี ได้โพสต์ภาพครอบครัวพร้อมหน้าพร้อมตาที่อยู่ร่วมเฟรมกับ จอร์จิน่า โรดริเกวซ ภรรยาสาวคนสวย และลูกๆอีกทั้ง 4 คน กำลังล่องเรือยอร์ชหรูอยู่ในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน พร้อมข้อความ “มันถึงเวลาจำเป็นต้องพักกับผู้ที่ผมรัก”

ถือเป็นการเข้าสู่ช่วงพักผ่อนข้างหลังจำเป็นต้องกรำศึกหนักลงแข่งขันมาอย่างสม่ำเสมอตลอดปี แม้กระนั้นอีกสิ่งหนึ่งที่บรรดาสื่อใหญ่พากันสนใจก็คือ เรือยอร์ชสุดหรูลำใหม่ของเจ้าตัวที่พึ่งทุ่มเงินมากถึง 5.5 ล้านปอนด์ (ราว 245 ล้านบาท) มาครอบครองเมื่อปีที่ผ่านมานั่นเอง

โดยเรือลำนี้ก็คือ Azimut Grande เรือสบายลำหรูยาว 88 ฟุต ติดตั้งด้วยเครื่องยนต์ 1,900 แรงม้าสองตัว สามารถทำความเร็วได้ถึง 28 นอต ทำมาจากคาร์บอนเส้นใยที่มีน้ำหนักสูงถึง 93 ตัน ภายในมีห้องพักขนาดใหญ่ 5 ห้อง ให้ความรู้สึกเหมือนการเข้าพักในรีสอร์ทระดับ 5 ดาว ซึ่งทุกห้องติดตั้งด้วยแอร์ และบริการ Wi-Fi

นอกจากนั้นยังพรั่งพร้อมด้วยความสบายสบายไม่ว่าจะเป็น ห้องสุขา 6 ห้อง, ห้องครัวที่ล้ำยุค, ห้องทานอาหารสุดหรู รวมทั้งบนดาดฟ้าเรือมีเครื่องอำนวยความสะดวกครบถ้วนอีกทั้งเลานจ์ขนาดใหญ่, อ่างจากุชชี่น้ำร้อน และพื้นที่พักผ่อน 2 ที่ เหมาะสมกับเหล่าลูกๆของเขาเป็นอย่างยิ่ง

สำหรับก่อนหน้านี้ครอบครัวของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ถูกใจใช้ช่วงเวลาสำหรับการพักผ่อนด้วยการล่อหลอกงเรือนอกริมฝั่งไปเที่ยวตามสถานที่ต่างๆในแถบยุโรป เนื่องจากมันทำให้พวกเขาสามารถหลีกหนีความวุ่นวายในเมืองได้เป็นอย่างดี

วูล์ฟส์ ยืม “ตรินเกา” จากบาร์ซ่า เสริมทัพ

วูล์ฟหมูแฮมป์ตัน คว้าตัว ฟรานซิสโก้ ตรินเกา มิดฟิลด์ดาวรุ่งบาร์เซโลนา ด้วยสัญญายืมตัวจนถึงจบฤดูหน้า

วูลฟ์หมูแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส เซ็นสัญญายืมตัว ฟรานซิสโก้ ตรินเกา ตัวรุกดาวรุ่งชาวโปรเหม็นตุกีสจาก บาร์เซโลนา เป็นที่เรียบร้อย

เว็บไซต์ของชมรม วูลฟ์หมูแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส ประกาศยืนยันการเซ็นสัญญากับ ฟรานซิสโก้ ตรินเกา ปีกดาวรุ่งกลุ่มชาติประเทศโปรตุเกสมาจาก บาร์เซโลน่า ด้วยสัญญายืมตัวตลอดฤดู 2021-22 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ตรินเกา ย้ายไปสู่ถิ่น โมลินิวซ์ สเตเดี้ยม ด้วยสัญญายืมตัวหนึ่งฤดู พร้อมเงื่อนไขเซ็นสัญญาถาวรหลังจากนั้น โดย สกายสปอร์ต สื่ออังกฤษ คาดเดาว่าตัวเลขการย้ายกลุ่มอยู่ที่ 25 ล้านปอนด์

ทั้งนี้ ตัวรุกชาวประเทศโปรตุเกสวัย 21 ปี ย้ายจากบราก้าไปร่วมกลุ่ม “บาร์ซ่า” เมื่อปีที่ผ่านมา ด้วยค่าตัวราว 31 ล้านยูโร พร้อมสัญญาในถิ่นคัมป์ นูถึงปี 2025 แล้วก็ค่าฉีก 500 ล้านยูโร

ฤดูที่แล้วเขาได้ช่องลงเล่นให้บาร์ซ่าถึง 41 นัดหมายทุกรายการ แม้กระนั้นเป็นตัวจริงเพียงแต่ 9 นัดหมาย ผลงานยิง 3 ประตู 2 แอสซิสต์

พรีวิวฟุตบอล ยูโร 2020 รอบ 8 กลุ่ม : ยูเครน พบ อังกฤษ

พรีวิวบอล ยูโร 2020 รอบ 8 ทีมสุดท้าย
คืนวันเสาร์ที่ 3 ก.ค. 2021 เวลา 02.00 น.

ยูเครน พบ อังกฤษ

สนาม : สตาดิโอ โอลิมปิโก (โรม, อิตาลี)
ถ่ายทอดสด : NBT 2HD, ทรูสปอร์ต HD3 (668)

ความพร้อมเพรียงของทั้งสองทีม

ยูเครน
ที่ปรึกษา อังเดร เชฟเชนโก ไม่มีปัญหาผู้เล่นตัวหลักเจ็บ คาดว่าจะยึดสมาชิกชุดเดิมลงสนาม แผงหลังนำมาโดย มิโกลา มัตวิเยนโก จับคู่ อิลเลีย ซาบาร์นยี โดยมี โอเล็กซานเดอร์ ซินเชนโก คอยคุมจังหวะ ดินแดนหน้าฝากความมุ่งมาดไว้ที่ อังเดร ยาร์โมเลนโก รวมทั้ง โรมัน ยาเรมชุก

คาดหมาย 11 ตัวจริง
ผู้รักษาประตู : บุสเฉลียง
ปราการหลัง : ติดอยู่ราวาเยฟ, ซาบาร์นยี, คริฟต์ซอฟ, มัตวิเยนโก, ซินเชนโก
มิดฟิลด์ : ซีดเซียวอร์ชุก, สเตขว้างเนนโก, ชาขว้างเรนโก
แผงหน้า : ยาร์โมเลนโก, ยาเรมชุก

อังกฤษ
เฮดโค้ช แกเร็ธ เซาธ์เกต จะได้ เมสัน เมาต์ กลับสู่ทีมอีกรอบ เช่นเดียวกับ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ที่คงจะได้ลงเป็นตัวจริง แนวรุกยังจะต้องพึ่ง ราฮีม สเตอร์ลิง รวมทั้ง แฮร์รี เคน ล่าตาข่าย โดยมี ฟิล โฟเดน ได้โอกาสลงสนามมาช่วยส่งเสริมอีกคน

คาดหมาย 11 ตัวจริง
ผู้รักษาประตู : พิกฟอร์ด
ปราการหลัง : วอล์กเกอร์, สโตนส์, แม็กแกว่งไกวร์, ชอว์
มิดฟิลด์ : เฮนเดอร์สัน, ฟิลลิปส์, เมาต์

แผงหน้า : โฟเดน, สเตอร์ลิง, เคน

ผลงาน 5 นัดหลังสุด

ยูเครน
29/06/21 ยูโร : ประเทศสวีเดน 1-2 ยูเครน
21/06/21 ยูโร : ยูเครน 0-1 ออสเตรีย
17/06/21 ยูโร : ยูเครน 2-1 มาซิโดเนียเหนือ
13/06/21 ยูโร : เนเธอร์แลนด์ 3-2 ยูเครน
07/06/21 กระชับมิตร : ยูเครน 4-0 ไซปรัส

อังกฤษ
29/06/21 ยูโร : อังกฤษ 2-0 เยอรมนี
22/06/21 ยูโร : สาธารณรัฐเช็ก 0-1 อังกฤษ
18/06/21 ยูโร : อังกฤษ 0-0 สกอตแลนด์
13/06/21 ยูโร : อังกฤษ 1-0 โครเอเชีย
06/06/21 กระชับมิตร : อังกฤษ 1-0 โรมาเนีย

ผลงานพบกัน 5 นัดหลังสุด

10/09/13 คัดเลือกบอลโลก : ยูเครน 0-0 อังกฤษ
11/09/12 คัดเลือกบอลโลก : อังกฤษ 1-1 ยูเครน
19/06/12 ยูโร : อังกฤษ 1-0 ยูเครน
11/10/09 คัดเลือกบอลโลก : ยูเครน 1-0 อังกฤษ
01/04/09 กระชับมิตร : อังกฤษ 2-1 ยูเครน