ไม่ธรรมดา! สื่อเปิดเผย “จอร์จิน่า” หวานใจ “โรนัลโด้” รับทรัพย์อื้อ

จอร์จิน่า โรดริเกวซ ภรรยาสาวคนสวยของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ศูนย์หน้าตัวเก่งของ “ม้าลาย” ยูเวนตุส ชมรมดังแห่งศึกกัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี ถูก เดอะซัน สื่อจอมเปิดโปงของเกาะอังกฤษ เปิดเผยว่าคุณมีรายได้จากการโพสต์ภาพลงในโลกโซเชียลผ่านอินสตามึงรม สูงถึง 29,587 ปอนด์ (โดยประมาณ 1.1 ล้านบาท) ต่อการโฆษณาสินค้า 1 ครั้ง


โดย อินสตามึงรมของแฟนสาวยอดลำแข้งซุปตาร์ มียอดผู้ติดตามมากถึง 14.5 ล้านคน รวมทั้งนับว่าเป็นวิถีทางสำหรับการประชาสัมพันธ์ตัวสินค้าได้อย่างดีเยี่ยม ด้วยเหตุว่าทุกโพสต์จะมีคู่รักๆมาแห่กดไลค์กันมาก

อย่างไรก็ตามมูลค่าดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้นยังนับว่าเป็นรอง ชากิร่า ภรรยาสาวของ เคราร์ด ปิเก้ ปราการหลัง บาร์เซโลน่า รวมทั้ง วิคตอเรีย ภรรยาของ เดวิด เบ็คแฮม สมัยก่อนนักเตะซูเปอร์สตาร์ แบบไม่เห็นฝุ่นละออง


สำหรับ แม่วัย 25 ปี กำเนิดรวมทั้งโตที่ประเทศสเปน ซึ่งคุณเคยปฏิบัติงานด้านแฟชั่น ก่อนคบค้าสมาคมกับลำแข้งดัง รวมทั้งมีลูกร่วมกัน 1 คนเมื่อปี 2016 ที่ผ่านมาชื่อว่า อลาน่า มาร์ติน่า ยิ่งกว่านั้นคุณยังรับหน้าที่เป็นแม่เลี้ยงให้กับลูกๆอีก 3 คนของ ศูนย์หน้าเลขลำดับ 7 แห่งกองทัพฝอยทอง

OnThisDay 6 มิถุนายน 2015 : “เทรบ​เบิ้ลแชมป์” อีกที ของบาร์เซโลน่า

ฤดูกาล 2008/09 บาร์เซโลน่า ในยุคของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า สร้างประวัติศาสตร์เป็นสโมสรแรกของประเทศสเปน ที่คว้า 3 แชมป์หลักด้านในฤดูกาลเดียวกัน อีกทั้งลาลีกา, โคปา เดล เรย์ แล้วก็ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก

การคว้า 3 แชมป์ใหญ่ในฤดูกาลเดียว ไม่ใช่เรื่องที่ทำกันได้กล้วยๆแต่บาร์ซ่าก็สามารถทำ “เทรบเบิล” ได้เป็นครั้งที่ 2 ภายใต้การควบคุมกลุ่มของ หลุยส์ เอ็นริเก้ สมัยก่อนนักฟุตบอลบาร์ซ่า ที่เคยเป็นเพื่อนร่วมกลุ่มของเป๊ปนั่นเอง

ในฤดูกาล 2014/15 เอ็นริเก้ เข้ามาคุมกลุ่มบาร์ซ่าเป็นฤดูกาลแรก แล้วก็ได้เสริมกองทัพดาวยิงมีชื่ออย่างหลุยส์ ซัวเรซ เข้ามาผนึกกำลังเกมรุกกับเนย์มาร์ แล้วก็ลิโอเนล เมสซี่ ในนามของ 3 ประสานกองหน้ารหัสลับ “MSN”
บาร์เซโลน่า กับฤดูกาลแรกของเอ็นริเก้ ยืนยันคว้าชัยชนะลาลีกาก่อนลงเตะนัดในที่สุด ต่อจากนั้นก็คว้าชัยชนะวัวปา เดล เรย์ ด้วยเอาชนะแอธเลติเตียนก บิลค่อย แล้วก็ยังมีลุ้นแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกอีกด้วย


6 มิถุนายน 2015 บาร์เซโลน่า ลงเล่นนัดชิงแชมป์แชมเปี้ยนส์ ลีก พบกับยูเวนเหม็นตุส จากอิตาลี ที่สนามโอลิมปิก สเตเดี้ยม ในกรุงเบอร์ลิน สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี เพื่อหวังสร้างประวัติศาสตร์ “เทรบเบิลแชมป์” อีกครั้ง

อิวาน ราคิติเตียนช ยิงให้บาร์เซโลน่านำไปก่อนตั้งแต่ 4 นาทีแรก แต่ในช่วงครึ่งหลัง อัลบาโร่ โมราต้า ตีเสมอให้ยูเวนเหม็นตุส ก่อนที่ซัวเรซ จะยิงขึ้นนำให้บาร์ซ่าอีกครั้ง แล้วก็เนย์มาร์ ก็ทำแต้มจบท้ายให้บาร์เซโลน่า เอาชนะยูเวนเหม็นตุส 3 – 1
บาร์เซโลน่า คว้าชัยชนะยุโรปถ้วยใหญ่เป็นยุคที่ 5 แล้วก็เป็นการคว้า 3 แชมป์ใหญ่ เสมอกันกับเป๊ป กวาร์ดิโอล่า เมื่อ 6 ปีกลาย หน้านั้น สร้างประวัติศาสตร์เป็นสโมสรแรกของทวีปยุโรป ที่คว้า “เทรบเบิลแชมป์” ได้ถึง 2 ที


แน่นอนว่า คนที่มีส่วนสำคัญกับการบรรลุเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ในฤดูกาล 2014/15 นั่นคือ 3 กองหน้า “MSN” ที่ยิงประตูรวมกันถึง 122 ประตู รวมทุกรายการ (เมสซี่ 58 ประตู, ซัวเรซ 25 ประตู, เนย์มาร์ 39 ประตู)

ในฤดูกาลถัดมา (2015/16) 3 แนวรุก “MSN” ยังคงยิงประตูถล่มทลายต่อเนื่อง โดยยิงได้รวมกัน 131 ประตู พาทีมคุ้มครองป้องกันแชมป์ลาลีกา แล้วก็โคปาเดล เรย์ รวมถึงคว้าชัยชนะสแปนิช ซูเปอร์ คัพ, ยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ แล้วก็ฟีฟ่า คลับ เวิลด์ คัพอีกด้วย

OnThisDay 6 มิถุนายน 2015 : “เทรบ​เบิ้ลแชมป์” อีกที ของบาร์เซโลน่า

ฤดูกาล 2008/09 บาร์เซโลน่า ในยุคของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า สร้างประวัติศาสตร์เป็นสโมสรแรกของประเทศสเปน ที่คว้า 3 แชมป์หลักด้านในฤดูกาลเดียวกัน อีกทั้งลาลีกา, โคปา เดล เรย์ แล้วก็ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก

การคว้า 3 แชมป์ใหญ่ในฤดูกาลเดียว ไม่ใช่เรื่องที่ทำกันได้กล้วยๆแต่บาร์ซ่าก็สามารถทำ “เทรบเบิล” ได้เป็นครั้งที่ 2 ภายใต้การควบคุมกลุ่มของ หลุยส์ เอ็นริเก้ สมัยก่อนนักฟุตบอลบาร์ซ่า ที่เคยเป็นเพื่อนร่วมกลุ่มของเป๊ปนั่นเอง

ในฤดูกาล 2014/15 เอ็นริเก้ เข้ามาคุมกลุ่มบาร์ซ่าเป็นฤดูกาลแรก แล้วก็ได้เสริมกองทัพดาวยิงมีชื่ออย่างหลุยส์ ซัวเรซ เข้ามาผนึกกำลังเกมรุกกับเนย์มาร์ แล้วก็ลิโอเนล เมสซี่ ในนามของ 3 ประสานกองหน้ารหัสลับ “MSN”
บาร์เซโลน่า กับฤดูกาลแรกของเอ็นริเก้ ยืนยันคว้าชัยชนะลาลีกาก่อนลงเตะนัดในที่สุด ต่อจากนั้นก็คว้าชัยชนะวัวปา เดล เรย์ ด้วยเอาชนะแอธเลติเตียนก บิลค่อย แล้วก็ยังมีลุ้นแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกอีกด้วย


6 มิถุนายน 2015 บาร์เซโลน่า ลงเล่นนัดชิงแชมป์แชมเปี้ยนส์ ลีก พบกับยูเวนเหม็นตุส จากอิตาลี ที่สนามโอลิมปิก สเตเดี้ยม ในกรุงเบอร์ลิน สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี เพื่อหวังสร้างประวัติศาสตร์ “เทรบเบิลแชมป์” อีกครั้ง

อิวาน ราคิติเตียนช ยิงให้บาร์เซโลน่านำไปก่อนตั้งแต่ 4 นาทีแรก แต่ในช่วงครึ่งหลัง อัลบาโร่ โมราต้า ตีเสมอให้ยูเวนเหม็นตุส ก่อนที่ซัวเรซ จะยิงขึ้นนำให้บาร์ซ่าอีกครั้ง แล้วก็เนย์มาร์ ก็ทำแต้มจบท้ายให้บาร์เซโลน่า เอาชนะยูเวนเหม็นตุส 3 – 1
บาร์เซโลน่า คว้าชัยชนะยุโรปถ้วยใหญ่เป็นยุคที่ 5 แล้วก็เป็นการคว้า 3 แชมป์ใหญ่ เสมอกันกับเป๊ป กวาร์ดิโอล่า เมื่อ 6 ปีกลาย หน้านั้น สร้างประวัติศาสตร์เป็นสโมสรแรกของทวีปยุโรป ที่คว้า “เทรบเบิลแชมป์” ได้ถึง 2 ที


แน่นอนว่า คนที่มีส่วนสำคัญกับการบรรลุเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ในฤดูกาล 2014/15 นั่นคือ 3 กองหน้า “MSN” ที่ยิงประตูรวมกันถึง 122 ประตู รวมทุกรายการ (เมสซี่ 58 ประตู, ซัวเรซ 25 ประตู, เนย์มาร์ 39 ประตู)

ในฤดูกาลถัดมา (2015/16) 3 แนวรุก “MSN” ยังคงยิงประตูถล่มทลายต่อเนื่อง โดยยิงได้รวมกัน 131 ประตู พาทีมคุ้มครองป้องกันแชมป์ลาลีกา แล้วก็โคปาเดล เรย์ รวมถึงคว้าชัยชนะสแปนิช ซูเปอร์ คัพ, ยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ แล้วก็ฟีฟ่า คลับ เวิลด์ คัพอีกด้วย

บันทึกฉบับร่างอัตโนมัติ

ทุกๆครั้งสำหรับในการแข่งขันฟุตบอลชิงชนะเลิศแห่งชาติยุโรป เว้นเสียแต่ตำแหน่งแชมเปี้ยนแล้ว “ดาวซัลโวสูงสุด” ก็เป็นอีกหนึ่งรางวัลที่แฟนบอลคนจำนวนไม่น้อยมีความสนใจเยอะที่สุดhttps://www.producthunt.com/@lovepoker168

โดยในศึกยูโร 2020 ที่กำลังจะเริ่มนี้ จำเป็นต้องบอกว่ามีซูเปอร์สตาร์หลายรายที่ได้โอกาสคว้ารางวัลแห่งเกียรติศักดิ์นี้ไปครอง วันนี้เราก็เลยต้องการพาผู้อ่านทุกท่านลองไปดูกันว่าในแต่ละกรุ๊ปพอจะมีคนใดกันที่เข้าตากันบ้าง

กรุ๊ป A


อิตาลี : หัวหอกอย่าง ชิโร อิมโมบิเล ของลาซิโอดูจะได้โอกาสอยู่พอเหมาะพอควร เหมือนกันกับ ลอเรนโซ อินซิเญ ศูนย์หน้าจากท้องนาโปลีที่ยิงถล่มทลายในซีซั่นก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา
ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ : ปีนี้มีดาวยิงอย่าง ฮาริส เซเฟโรวิช ที่ยิงไปถึง 26 ประตูให้กับเบนฟิกาเป็นตัวความมุ่งมาด แต่ว่าก็อย่าลืมว่า เชอร์ดาน ชากิรี ของลิเวอร์พูลเองก็มักจะทำเจริญสำหรับในการรับใช้กองทัพเหมือนกัน
ตุรกี : คงจะจำเป็นต้องจับตาไปที่ 2 หัวหอกจากลีลล์ กลุ่มแชมป์ลีกสูงสุดของประเทศฝรั่งเศสฤดูล่าสุดอย่าง ยูซุฟ ยาซิซี ที่ทำไป 14 ประตูและ บูรัค ยิลมาซ ศูนย์หน้ารุ่นเก๋าวัย 35 ปีที่ยิงไป 18 ลูกตลอดซีซั่นก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา
เวลส์ : คงเป็นคนใดกันไปมิได้เว้นเสียแต่ความมุ่งมาดอันสูงสุดของประเทศอย่าง เอ็งเร็ธ เบล ที่ฟอร์มดูจะเร่าร้อนขึ้นมาเล็กน้อย ภายหลังจากท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ แยกทางกับ โชเซ มูรินโญ เมื่อต้นปีก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา

กรุ๊ป B


เบลเยียม : ปีนี้คงจะจำเป็นต้องสังเกตไปที่ โรเมลู ลูกาเรา ที่ระเบิดฟอร์มเก่งกับอินเตอร์ มิลาน เป็นอันดับแรก แต่ว่าก็ยังมีรายอื่นที่มีลุ้นอย่าง ดรีส์ เมอร์เทน หรือแม้แต่ คริสเตียน เบนเตเก ที่ฟอร์มดีกับคริสตัล พาเลซ ในปีนี้
เดนมาร์ก : จำเป็นต้องบอกว่าปีนี้ดูจะไม่มีสตาร์ที่ฟอร์มเปรี้ยงปร้างโดดเด่น แต่ว่าสำหรับสองหัวหอกอย่าง ยุยงสซุฟ โพลเซน จากแอร์เบ ไลป์ซิกข์ และ คาสเปอร์ ดอลเบิร์ก จากนีซ ก็พอจะเป็นตัวความมุ่งมาดสำหรับในการถล่มประตูได้อยู่บ้าง หรือไม่แน่ คริสเตียน เอริกเซน ศูนย์หน้าสูงสุดประจำกลุ่มบางครั้งอาจจะคืนฟอร์มเก่งแบกกลุ่มในยูโรคราวนี้ก็เป็นได้
ประเทศฟินแลนด์ : น่าสังเกต 2 หัวหอกจาก เดอะ แชมเปียนชิพ ที่พาทีมเลื่อนชั้นมาเล่นในลีกสูงสุดฤดูหน้าอย่าง ตีมู ปุกกี ที่ยิงให้นอริช ซิตี้ ไปถึง 26 ประตู และ มาร์คัส ฟอร์สส์ ที่ซัดไป 10 ประตูพาเบรนต์ฟอร์ดขึ้นสู่พรีเมียร์ลีกเป็นครั้งแรกได้สำเร็จ
รัสเซีย : ยังคงจำเป็นต้องหวังพึ่งหัวหอกรุ่นเก๋าอย่าง อาร์เต็ม ซูบา ที่ยิงให้เซนิตฯ ไป 22 ประตูในปีที่ผ่านมา แต่ พอจะมีหน้าใหม่อย่าง อเล็กซานเดร โซโบเลฟ ที่ทำผลงานเจริญกับสปาร์ตัก มอสโก รวมถึง 2 เพลย์เมกเกอร์อย่าง อเล็ก ไม่รันชุค จากอตาลันตา และ อเล็กซานเดอร์ โกโลวิน ของโมนาโก ที่จะละสายตาไปมิได้เหมือนกัน

กรุ๊ป C


เนเธอร์แลนด์ : ปีนี้จำเป็นต้องบอกว่า ฮอลแลนด์ มีดาวยิงฝีเท้าดีมากมายทั้งยัง เมมฟิส เดขว้างย ตัวความมุ่งมาดอันดับที่หนึ่ง, ดอนเยลล์ มาเลน หัวหอกจากพีเอสวีฯ, สตีเฟน เบิร์กฮุยส์ กองหน้าจากเฟเยนูร์ด และ วูท เวกฮอร์สต์ ศูนย์หน้าจากโม้ล์ฟสบวร์ก
ออสเตรีย : ตัวความมุ่งมาดในแดนหน้าปีนี้คงเป็น ซาซา คาลาจ์ดซิช หัวหอกเนื้อหอมจากสเหม็นตุตการ์ทที่ยิงไปถึง 17 ประตูในซีซั่นก่อน รวมถึงมีตัวรุกอย่าง คริสตอฟ บวมการ์ทเนอร์ และ มาร์แซล ซาบิตเซอร์ ซึ่งสามารถฟากผีฝากไข้เอาไว้ได้ในยูโรคราวนี้
ยูเครน : กลุ่มของ “เชว่า” ปีนี้มี 3 ประสานที่น่าสยองอย่าง โรมัน ยาเรมชุค ศูนย์หน้าจากเกนท์ที่ยิงไปถึง 23 ประตูในลีกเบลเยียม, รัสลาน มาลินอฟสกี ตัวรุกจากอตาลันตา และที่ต้องมีให้ได้เลยคือ วิคตอร์ ทซีกานคอฟ สตาร์เนื้อหอมจากดินาโม เคียฟ นั่นเอง
มาซิโดเนียเหนือ : กลุ่มเล็กๆนอกสายตากลุ่มนี้มีหัวหอกรุ่นเก๋าที่มีชื่อเสียงในกัลโช เซเรีย อา อย่าง โกรัน ปานเดฟ ที่หากแม้เดี๋ยวนี้ในวัย 37 ปี แต่ว่าก็ยังคงค้าลำแข้งในระดับท็อปกับเจนัว แถมยังทำประตูได้อย่างต่อเนื่องอีกต่างหาก

กรุ๊ป D


อังกฤษ : แน่ๆว่าศูนย์หน้าอันดับที่หนึ่งคงจะจำเป็นต้องฝากความมุ่งมาดไว้ที่ แฮร์รี เคน ก่อนเพื่อน และมาลุ้นกับฟอร์มเหล่าบรรดาตัวรุกอย่าง มาร์คัส แรชฟอร์ด, เจดอน ซานโช, ราฮีม สเตอร์ลิง รวมถึง แจ็ค กรีลิช หรือแม้แต่หัวหอกอย่าง โดมินิค คัลเวิร์ต-เลวิน เองก็พอจะมีลุ้นอยู่บ้างด้วยเหมือนกันหากสามารถชนะใจ เอ็งเร็ธ เซาธ์เกต และยึดตำแหน่งตัวจริงมาครองได้
โครเอเชีย : รองแชมป์โลกทีล่าสุดยังคงใช้หัวหอกหน้าเก่าๆหลายรายในกลุ่มชุดนี้ นำโดย อังเดร ครามาริช จากฮอฟเฟนไฮม์, อันเต เรบิช ตัวรุกจากเอซี มิลาน และ นิโกลา วลาซิช จากซีเอสเคเอ มอสโก เป็นตัวความมุ่งมาดในศึกยูโรปีนี้
สกอตแลนด์ : สมาชิกใหม่หน้าเก่านำกองทัพโดย เช อดัมส์ กองหน้าจากเซาธ์หมูแฮมป์ตันเป็นตัวชูโรง
สาธารณรัฐเช็ก : 2 ตัวรุกที่น่าจับตาในปีนี้คือ แพทริก ชิก จากเลเวอร์คูเซน และดาวรุ่งมาแรงอย่าง อดัมส์ ฮาโลเซค ของสปาร์ตา ปราก ที่ตกเป็นข่าวกับกลุ่มยักษ์ใหญ่หลายทีมในตอนซัมเมอร์นี้

กรุ๊ป E


ประเทศสเปน : กองทัพกระทิงดุมีหัวหอกตัวเป้าอยู่ 2 คนในกลุ่มชุดนี้คือ อัลบาโร โมราตา จากยูเวนเหม็นตุส และ หนวดเคราร์ด โมเรโน ศูนย์หน้าจากบียาร์เรอัล แชมป์ยูโรปา ลีก กลุ่มล่าสุด ส่วนที่เหลือจะเป็นตัวรุกเสียส่วนมาก ที่พอจะเป็นได้ก็เช่น เฟร์รัน ตอร์เรส จากแมนฯ ซิตี้, ไม่เกล โอยาร์ซาบัล จากเรอัล โซเซียดาด, เปดรี จากบาร์เซโลนา และ ดานี โอลโม จากแอร์เบ ไลป์ซิกข์
โปแลนด์ : จะเป็นคนใดกันไปมิได้นอกเสียจากหัวหอกระดับเทพอย่าง โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี ศูนย์หน้าสูงสุดประจำกลุ่ม รวมถึง อาร์คาดิอุสซ์ ไม่ลิก จากโอลิมปิก มาร์กเซย
สวีเดน : หากแม้ในปีนี้จะไม่มีหัวหอกตัวแบกอย่าง ซลาตัน อิบราฮิโมวิช มาด้วย แต่ว่าพวกเขามีดาวรุ่งเลือดใหม่ที่น่าสนใจอย่าง อเล็กซานเดอร์ อิซัก ศูนย์หน้าจากเรอัล โซเซียดาด และ จอร์แดน ลาร์สสัน จาก สปาร์ตัก มอสโก รวมถึงมีตัวรุกชื่อดังทั้งยัง เอมิล ฟอร์สเบิร์ก ของแอร์เบ ไลป์ซิกข์ และ เดจนกระทั่ง คูลูเซฟสกี ของยูเวนเหม็นตุสเป็นกำลังหลักอีกด้วย
สโลวาเกีย : เป็นชุดถ่ายเลือดใหม่แทบจะทั้งหมดโดยมีตัวความมุ่งมาดในแดนหน้าคือ อิวาน แก่นซ์ จากยาโบลเนช และ ออนเดรจ์ ดูดา จากเอฟซี โคโลญจน์

กรุ๊ป F


ประเทศฝรั่งเศส : 2 ตัวความมุ่งมาดอย่าง อ็องตวน กรีซมันน์ ที่มีดีกรีเป็นถึงดาวซัลโวครั้งที่แล้ว และแน่ๆ คิเลียน เอ็มบัปเป ยอดกองหน้าจากปารีส แซงต์-แชร์กแมง แต่ พวกเขายังมี คาริม เบนเซมา และ วิสเซม เบน เยดแดร์ ที่ได้โอกาสถล่มประตูในศึกยูโรคราวนี้ได้เหมือนกัน
เยอรมนี : บรรดาตัวรุกของกองทัพอินทรีเหล็กในปีนี้จัดว่าเปลี่ยนไปพอเหมาะพอควรโดยมี ทิโม แวร์เนอร์ และ เควิน โฟลลันด์ เป็นโอกาสในตำแหน่งเลขลำดับ 9 ส่วนตัวรุกคนอื่นๆที่น่าสนใจก็มี โธมัส มุลเลอร์, แซร์จ กนาบรี, ลีรอย ซาเน 3 ลำแข้งจากบาเยิร์น มิวนิค และ ไค ฮาแวร์ตซ์ ที่เริ่มฉายแววกับเชลซีได้ในช่วงหลัง
ประเทศโปรตุเกส : แน่ๆคนที่มีลุ้นเยอะที่สุดก็คือ คริสเตียโน โรนัลโด ศูนย์หน้าสูงสุดในรายการนี้ รวมถึง อังเดร ซิลวา กองหน้าฟอร์มแรงจากแฟรงค์เฟิร์ต, ดิโอโก โชต้า จากลิเวอร์พูล รวมถึงสมาชิกใหม่ไฟแรงจากสปอร์ติง ลิสบอน อย่าง เปโดร กอนซัลเวส ก็น่าติดตามไม่น้อยเหมือนกัน
ฮังการี : นำโดยหัวหอกรุ่นเก๋าอย่าง อดัม ซาไล เป็นตัวความมุ่งมาดพร้อมด้วยกองหน้ารุ่นน้องอย่าง โรแลนด์ ซัลไล ที่น่าจะส่งผลงานช่วยกลุ่มได้บ้างในศึกยูโร 2020 นี้

“เทรนท์” ถอนตัวกลุ่มชาติอังกฤษข้างหลังเดี้ยง คาดพัก 6 อาทิตย์

เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ แนวรับจาก หงส์แดง ต้องถอนตัวออกจากทีมชาติอังกฤษหลังจากได้รับบาดเจ็บกล้ามเนื้อฉีกให้ขาดในเกมอุ่นเครื่องที่เจอกับ ออสเตรีย เมื่อวันพุธก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา ตามรายงานจาก หงส์แดงเอ็คโคhttp://geekgirlsnightout.com/membership/members/lovepoker168/profile/

แบ็คขวาวัย 22 ปีได้รับโอกาสให้ลงสนาสมเป็นตัวจริงในเกมเมื่อกึ่งกลางสัปดาห์ที่ทีมชาติอังกฤษสามารถเอาชนะออสเตรียไปได้ 1-0 จากวิธีการทำประตูของ บูกาโย ซาก้าในเกมดังกล่าวมาแล้วข้างต้น เทรนท์ ได้รับบาดเจ็บจนถึงต้องถูกหิ้วออกนอกสนาม โดย มึงเร็ธ เซาธ์เกต ผู้จัดการทีมสิงโตคำรามได้ให้สัมภาษณ์ข้างหลังจบเกมว่า เขาหวังว่าลักษณะของตัวรุก หงส์แดง จะไม่มากยิ่งอย่างที่คิด

อย่างไรก็ตามรายงานปัจจุบันจาก พอล จ๊อยซ์ นักข่าวมีชื่อเสียงจาก เดอะไทมส์ ระบุไว้ภายในทวิตเตอร์ส่วนตัวว่า แบ็คขวา ลิเวอร์พูล ต้องพลาดการลงเล่นในศึก ยูโร ให้กับทีมชาติอังกฤษแล้วข้างหลังได้รับบาดเจ็บอย่างหนัก”เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ของ หงส์แดง จะพลาดการลงเล่น ยูโร ให้กับทีมชาติอังกฤษ ผลสแกนได้ชี้ให้เห็นว่า

มีลักษณะเจ็บที่ต้นขาซึ่งจะทำให้เขาต้องพักราว 6 สัปดาห์”รายงานจาก เดอะไทมส์ ยังกล่าวว่า อาร์โนลด์ ได้เก็บของออกจากแค้มป์เก็บเนื้อเก็บตัวของทีมสิงโตคำรามแล้ว และก็ มึงเร็ธ เซาธ์เกต กำลังใคร่ครวญดึงนักฟุตบอลที่ถูกตัดชื่ออกไปเข้ามาแทนที่ โดยมี เจมส์ วอร์ด-พราวส์ และก็ เจสซี ลินการ์ด เป็น 2 ตัวเลือกที่มีสิทธิ์มากที่สุดเวลานี้

“เทรนท์” ถอนตัวกลุ่มชาติอังกฤษข้างหลังเดี้ยง คาดพัก 6 อาทิตย์

เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ แนวรับจาก หงส์แดง ต้องถอนตัวออกจากทีมชาติอังกฤษหลังจากได้รับบาดเจ็บกล้ามเนื้อฉีกให้ขาดในเกมอุ่นเครื่องที่เจอกับ ออสเตรีย เมื่อวันพุธก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา ตามรายงานจาก หงส์แดงเอ็คโคhttp://geekgirlsnightout.com/membership/members/lovepoker168/profile/

แบ็คขวาวัย 22 ปีได้รับโอกาสให้ลงสนาสมเป็นตัวจริงในเกมเมื่อกึ่งกลางสัปดาห์ที่ทีมชาติอังกฤษสามารถเอาชนะออสเตรียไปได้ 1-0 จากวิธีการทำประตูของ บูกาโย ซาก้าในเกมดังกล่าวมาแล้วข้างต้น เทรนท์ ได้รับบาดเจ็บจนถึงต้องถูกหิ้วออกนอกสนาม โดย มึงเร็ธ เซาธ์เกต ผู้จัดการทีมสิงโตคำรามได้ให้สัมภาษณ์ข้างหลังจบเกมว่า เขาหวังว่าลักษณะของตัวรุก หงส์แดง จะไม่มากยิ่งอย่างที่คิด

อย่างไรก็ตามรายงานปัจจุบันจาก พอล จ๊อยซ์ นักข่าวมีชื่อเสียงจาก เดอะไทมส์ ระบุไว้ภายในทวิตเตอร์ส่วนตัวว่า แบ็คขวา ลิเวอร์พูล ต้องพลาดการลงเล่นในศึก ยูโร ให้กับทีมชาติอังกฤษแล้วข้างหลังได้รับบาดเจ็บอย่างหนัก”เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ของ หงส์แดง จะพลาดการลงเล่น ยูโร ให้กับทีมชาติอังกฤษ ผลสแกนได้ชี้ให้เห็นว่า

มีลักษณะเจ็บที่ต้นขาซึ่งจะทำให้เขาต้องพักราว 6 สัปดาห์”รายงานจาก เดอะไทมส์ ยังกล่าวว่า อาร์โนลด์ ได้เก็บของออกจากแค้มป์เก็บเนื้อเก็บตัวของทีมสิงโตคำรามแล้ว และก็ มึงเร็ธ เซาธ์เกต กำลังใคร่ครวญดึงนักฟุตบอลที่ถูกตัดชื่ออกไปเข้ามาแทนที่ โดยมี เจมส์ วอร์ด-พราวส์ และก็ เจสซี ลินการ์ด เป็น 2 ตัวเลือกที่มีสิทธิ์มากที่สุดเวลานี้

เอาไปทำไม?! “ริโอ” ชี้ “แม็คไกวร์” ควรจะถูกตัดชื่อจากทัพสิงโตชุดฝ่ายูโร 2020

ริโอ เฟอร์ดินานด์ อดีตกาลปราการหลังทีมชาติอังกฤษ ชี้ชัดว่า แกเร็ธ เซาธ์เกต ไม่สมควรใส่ชื่อ แฮร์รี แม็คไกวร์ อยู่ในทีมชุดสู้ศึกยูโร 2020 โดยมองว่าร่างกายนักเตะยังฟิตไม่สมบูรณ์https://www.ultimate-guitar.com/u/lovepoker168

“อังกฤษปรารถนาเซ็นเตอร์แบ็กคนอื่น สิ่งนี้บอกกับผมว่า เขา (เซาธ์เกต) จะเล่นแบ็ก 3 คนอย่างแน่นอน แฮร์รี แม็คแกว่งไกวร์ ยังไม่ฟิตด้วยซ้ำ เป็นผมน่าจะไม่เอาแม็คแกว่งไกวร์ไป คุณไม่ฟิต และก็อีกเป็นเวลานานกว่าจะฟิต มันไม่มีเหตุผลเลย”

“ผมอยู่ในทีมกับผู้เล่นที่ไม่ฟิตและก็พวกเขาเล่นไม่ออกเมื่อมิได้เชื่อมั่นในตัวเอง มันเคยเกิดขึ้นกับเบ็คส์ เดวิด เบ็คแฮม และก็วาซซ่า (เวย์น รูนีย์) มาแล้ว”

“โดยพื้นฐานของแม็คแกว่งไกวร์ เขาไม่ใช่เบ็คส์หรือวาซซ่า ผมไม่คิดว่าคุณควรเอาผู้ที่ไม่ฟิต 100% ไปด้วย มันยากที่จะกลับมาและก็ปรับตัวกับจังหวะการเล่น”

สำหรับรายชื่อ 26 นักเตะทีมชาติอังกฤษชุดฝ่ายูโร 2020 ที่ถูกประกาศออกมาแล้ว มีดังนี้

ผู้รักษาประตู : ดีน เฮนเดอร์สัน, แซม จอห์นสตัน, จอร์แดน พิกฟอร์ด

ปราการหลัง : เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, เบน ชิลเวลล์, คอเนอร์ เคาดี, รีซ เจมส์, แฮร์รี แม็คแกว่งไกวร์, ไทโรน มิงส์, ลุค ชอว์, จอห์น สโตนส์, คีแรน ทริปเปียร์, ไคล์ วอล์คเกอร์

มิดฟิลด์ : จูด เบลลิงแฮม, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, เมสัน เมาต์, แคลวิน ฟิลลิปส์, ดีแคลน ไรซ์

แผงหน้า : โดมินิก คัลเวิร์ต-ลูวิน, ฟิล โฟเดน, แจ็ค กรีลิช, แฮร์รี เคน, มาร์คัส แรชฟอร์ด, บูคาโย ซากา, เจดอน ซานโช, ราฮีม สเตอร์ลิง

เอาไปทำไม?! “ริโอ” ชี้ “แม็คไกวร์” ควรจะถูกตัดชื่อจากทัพสิงโตชุดฝ่ายูโร 2020

ริโอ เฟอร์ดินานด์ อดีตกาลปราการหลังทีมชาติอังกฤษ ชี้ชัดว่า แกเร็ธ เซาธ์เกต ไม่สมควรใส่ชื่อ แฮร์รี แม็คไกวร์ อยู่ในทีมชุดสู้ศึกยูโร 2020 โดยมองว่าร่างกายนักเตะยังฟิตไม่สมบูรณ์https://www.ultimate-guitar.com/u/lovepoker168

“อังกฤษปรารถนาเซ็นเตอร์แบ็กคนอื่น สิ่งนี้บอกกับผมว่า เขา (เซาธ์เกต) จะเล่นแบ็ก 3 คนอย่างแน่นอน แฮร์รี แม็คแกว่งไกวร์ ยังไม่ฟิตด้วยซ้ำ เป็นผมน่าจะไม่เอาแม็คแกว่งไกวร์ไป คุณไม่ฟิต และก็อีกเป็นเวลานานกว่าจะฟิต มันไม่มีเหตุผลเลย”

“ผมอยู่ในทีมกับผู้เล่นที่ไม่ฟิตและก็พวกเขาเล่นไม่ออกเมื่อมิได้เชื่อมั่นในตัวเอง มันเคยเกิดขึ้นกับเบ็คส์ เดวิด เบ็คแฮม และก็วาซซ่า (เวย์น รูนีย์) มาแล้ว”

“โดยพื้นฐานของแม็คแกว่งไกวร์ เขาไม่ใช่เบ็คส์หรือวาซซ่า ผมไม่คิดว่าคุณควรเอาผู้ที่ไม่ฟิต 100% ไปด้วย มันยากที่จะกลับมาและก็ปรับตัวกับจังหวะการเล่น”

สำหรับรายชื่อ 26 นักเตะทีมชาติอังกฤษชุดฝ่ายูโร 2020 ที่ถูกประกาศออกมาแล้ว มีดังนี้

ผู้รักษาประตู : ดีน เฮนเดอร์สัน, แซม จอห์นสตัน, จอร์แดน พิกฟอร์ด

ปราการหลัง : เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, เบน ชิลเวลล์, คอเนอร์ เคาดี, รีซ เจมส์, แฮร์รี แม็คแกว่งไกวร์, ไทโรน มิงส์, ลุค ชอว์, จอห์น สโตนส์, คีแรน ทริปเปียร์, ไคล์ วอล์คเกอร์

มิดฟิลด์ : จูด เบลลิงแฮม, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, เมสัน เมาต์, แคลวิน ฟิลลิปส์, ดีแคลน ไรซ์

แผงหน้า : โดมินิก คัลเวิร์ต-ลูวิน, ฟิล โฟเดน, แจ็ค กรีลิช, แฮร์รี เคน, มาร์คัส แรชฟอร์ด, บูคาโย ซากา, เจดอน ซานโช, ราฮีม สเตอร์ลิง

พอดิบพอดีกว่า! “โรมาโน” ยันเอง “ซีดาน” ตัดสินใจลาออกแล้ว

ฟาบริซิโอ โรมาโน ผู้สื่อข่าวลูกหนังชื่อดังชาวอิตาลี กล่าวว่า ซีเนอดีน ซีดาน กุนซือของ เรอัล มาดริด ตกลงใจลาออกแล้วforums.permaculturenews.org

ในฤดูกาลนี้ ซีดานคุมกลุ่มผลงานไม่เป็นไปตามเป้า หลังจากจบซีซํ่นลแบบไม่มีถ้วยติดมือเลยแม้กระทั้งรายการเดียวซึ่งเป็นหนแรกในรอบกว่า 10 ปีwww.ted.com และมีข่าวหนาหูว่า เขาตกลงใจที่จะลาออกเมื่อหมดฤดูกาลนี้

ล่าสุด โรมาโน เผยตามรายงานข่าวว่า “ซีดานได้พูดคุยกับนักเตะและคณะทำงานกับเขาว่า เขาจะลาออก 100%”

“ซีดานจะพูดคุยกับประธานชมรม ฟลอเรนติเตียนโนเปเรซ และจะประกาศการตัดสินใจของเขาอย่างเป็นทางการในอีกไม่กี่ชั่วโมงด้านหน้า ซึ่งมันจะส่งผลทันที”

พอดิบพอดีกว่า! “โรมาโน” ยันเอง “ซีดาน” ตัดสินใจลาออกแล้ว

ฟาบริซิโอ โรมาโน ผู้สื่อข่าวลูกหนังชื่อดังชาวอิตาลี กล่าวว่า ซีเนอดีน ซีดาน กุนซือของ เรอัล มาดริด ตกลงใจลาออกแล้วforums.permaculturenews.org

ในฤดูกาลนี้ ซีดานคุมกลุ่มผลงานไม่เป็นไปตามเป้า หลังจากจบซีซํ่นลแบบไม่มีถ้วยติดมือเลยแม้กระทั้งรายการเดียวซึ่งเป็นหนแรกในรอบกว่า 10 ปีwww.ted.com และมีข่าวหนาหูว่า เขาตกลงใจที่จะลาออกเมื่อหมดฤดูกาลนี้

ล่าสุด โรมาโน เผยตามรายงานข่าวว่า “ซีดานได้พูดคุยกับนักเตะและคณะทำงานกับเขาว่า เขาจะลาออก 100%”

“ซีดานจะพูดคุยกับประธานชมรม ฟลอเรนติเตียนโนเปเรซ และจะประกาศการตัดสินใจของเขาอย่างเป็นทางการในอีกไม่กี่ชั่วโมงด้านหน้า ซึ่งมันจะส่งผลทันที”